posttoday
เสียงดีแต่ไม่มีคะแนน

เสียงดีแต่ไม่มีคะแนน

24 กุมภาพันธ์ 2562

ใกล้ถึงครึ่งทางก่อนถึงวันเลือกตั้ง การหาเสียงยังวูบวาบไปด้วย “กระแส”

ใกล้ถึงครึ่งทางก่อนถึงวันเลือกตั้ง การหาเสียงยังวูบวาบไปด้วย “กระแส” จากการต่อสู้ของคู่แข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

สองสัปดาห์ก่อนยังเป็นเรื่อง “พระราชโองการ” จนใครๆ คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเพลี้ยงพล้ำเพราะสถานการณ์เปลี่ยน แต่ไม่ทันไรอีกฝ่ายก็รุกกลับถล่มวาทกรรมของ ผบ.ทบ. ที่ออกมาตำหนิพวกที่อยากตัดงบกระทรวงกลาโหมว่า “หนักแผ่นดิน”

ไม่ต้องทำอะไรมาก กระแสก็เหวี่ยงกลับกลบประเด็น “เล่นของสูง” เข้ามาแทนที่ วาทกรรม “หนักแผ่นดิน” จึงกึกก้อง ย้อนไทม์แมชีนไปยังสมัยปราบคอมมิวนิสต์ ที่กลับมาตอกลิ่ม แบ่งแยกกันตอนนี้

“โพล” หรือผลสำรวจความเห็นวัดความนิยมพรรคการเมืองที่เหลืออีกเพียง 28 วัน จะถึงวันชี้ขาด ทว่าหลายสำนักบอกตรงกันว่ายังมี “พลังเงียบ” อีก 70% ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร

แต่ก็ไม่รู้จะเชื่อสำนักไหนได้ บางเจ้าเป็นโพลซ่อนเร้น รับปั่นกระแส ผลแต่ละโพลก็แตกต่างกันสุดขั้ว พรรคหนึ่งนำ อีกโพลบอกตรงกันข้าม แต่พฤติกรรมคนไทย เวลาถามไม่บอกใครตรงๆ ไม่ก็เกรงใจตอบตามๆ กันไป แม้แต่เอ็กซิตโพลที่ว่าแม่นบางครั้งก็หน้าแหกหลายรอบ

กระแสนี่สำคัญ มันโน้มน้าวให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจ เออออห่อหมกด้วย เขาถึงต้อง “สร้าง-ปั่นกระแส” ให้กับคนที่ใจไม่นิ่ง หวั่นไหว ไขว้เขว ทั้งที่เรื่องบางเรื่องมันชัดเจนตั้งแต่ในมุ้ง ไม่ต้องพิสูจน์ทราบอะไรแล้ว

บางพรรคว่าจ้างนักปั่นตามแพลตฟอร์มต่างๆ ทำเป็นกระบวนการ สร้างกระแสเชิงรุกจากข้างนอกให้เนียนเป็นธรรมชาติ

ถ้า “กระแส” เป็นสิ่งมีชีวิต มันก็มีอายุสั้นมาก เพียง 4-5 วันก็ดับหาย อยู่ที่ว่าจะวางแผนรับลูก กระพือ เลี้ยงประเด็นให้เกิดความต่อเนื่อง หรือสร้างเป็นพล็อตเรื่องได้แค่ไหน พอปั่นในภาคสนาม จ้างทีมงานปั่นต่อในโซเชียล พอกระแสใกล้หมดอายุ ให้รีบยิงประเด็นใหม่ต่อเป็นซีรี่ส์

ปัจจุบันทุกพรรคมีสื่อของตัวเอง มีไลน์กลุ่มที่มีนักข่าวจำนวนมากนับร้อย พรรคการเมืองสามารถกำหนด “วาระ” เองได้ง่าย ส่งข่าวกระจายให้กับนักข่าว ฝ่ายพีอาร์พรรคทำหน้าที่เขียนข่าวแทนนักข่าว ปั่นกระแสหัวหน้าพรรคตัวเองลงพื้นที่ได้รับความนิยม คนห้อมล้อมมากมาย ให้นักข่าวช่วยกันแชร์ได้สบายมือ

ขบวนการไอโอ (Information Operation) เพื่อแย่งชิงมวลชนก่อนเลือกตั้ง เมื่อฝ่ายไหน ตั้งตัวไม่ทัน ไม่เชี่ยวชาญสร้างประเด็นในสื่อสมัยใหม่ กว่าจะมีสติก็โดนน็อก ไม่ทันได้นับคะแนนจบยก 12

ยุทธศาสตร์การหาเสียงตอนนี้ ขั้วหนึ่งพยายามตอกย้ำภาพให้เกิดการแบ่งแยกสู้กันระหว่างฝ่ายประชาชนกับอำนาจเผด็จการ ถ้าทำภาพนี้ชัดโอกาสชนะก็มีสูง ไม่ต้องไปสู้ในเกมที่อีกฝ่าย พยายามเน้น แก้ปัญหาปากท้อง พาเศรษฐกิจดี ครอบครัวมีสุข มีสวัสดิการถ้วนหน้า เพราะเสียเปรียบ แต่ถ้าโน้มน้าวให้มาสู้เกมแห่งความเกลียดชัง ปั่นอารมณ์ได้ เมื่อนั้นจะฝังใจประชาชนลากไปถึงการลงคะแนนในคูหาได้

ประเด็นการสร้างความปรองดอง ชูความเจริญ พาประเทศก้าวหน้า จึงเป็น “เรื่องรอง” ในการตัดสินใจของสังคมที่ถูกกระแส “โกรธเกลียด” โน้มนำในการเลือกตั้งแทบทุกครั้ง

กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ถูกจับจ้องไปที่เหล่าวัยรุ่น 18 ปีขึ้นไป ที่เพิ่งมีสิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงถึง 5 ล้านคน กลุ่มนี้ยังลังเลว่าจะเลือกใครดี และมีแนวโน้มสูงที่จะดูกระแส แคมเปญโดนใจ บุคลิกของผู้นำพรรคที่ต้องรุ่นใหม่ ใกล้ตัว

เด็กรุ่นใหม่มีทั้งเดายากและไม่ยาก แต่เชื่อว่ามีไม่มากที่จะสนใจประวัติศาสตร์ติดตามการเมือง การแสดงออกจึงเน้นความเกรียน การตอบโต้ เป็นตัวของตัวเอง กระทั่งว่าไปตามเขา

กระแสจึงเป็นสิ่งสำคัญ มันโน้มน้าวให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจเอาด้วย คนจำนวนไม่น้อยเลือกอยู่ข้างผู้ชนะ ถ้ารู้ว่าพรรคนี้มีโอกาสสูงก็ไหลตาม บางส่วนอาจเลือกเพื่อคานอำนาจ เลือกไปตรวจสอบ เลือกไปเป็นรัฐบาล เลือกเพราะเกลียดผู้มีอำนาจที่พูดจาโผงผางไม่เคารพประชาชน

และบางทีกระแสก็อ่อนไหวไปตามสถานการณ์การต่อสู้ อย่างที่บอกว่าพรรคหนึ่งสร้างกระแสมาดี มาตายตอนจบ เพราะคนส่วนใหญ่มึน สำลักข้อมูลที่ขุดมาโจมตี สุดท้ายมาโอละพ่อ ประชาชนเปลี่ยนใจ 10 นาทีสุดท้ายก่อนเข้าคูหา

สิ่งที่รอพิสูจน์ในยุคใหม่ที่หาเสียงทางไซเบอร์ได้ บางพรรคสร้างกระแสในเฟซบุ๊กดี แต่อาจไม่มีคะแนนจริงก็ได้ เข้าทำนองเสียงดีไม่มีคะแนน เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้อยู่ในเมือง แต่เป็นนอกเมือง ชาวนา เกษตรกร แรงงานที่อยู่กับชีวิตจริง อยู่กับปัญหาปากท้องมากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล