posttoday
รัฐอัดฉีดรากหญ้า 8 แสนล้าน กระตุ้นศก.แค่ระยะสั้น

รัฐอัดฉีดรากหญ้า 8 แสนล้าน กระตุ้นศก.แค่ระยะสั้น

23 กุมภาพันธ์ 2562

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน ได้ออกรายงานมาตรการของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับประชาชนฐานราก โดยชี้ว่าตลอดปี 2561 รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเม็ดเงินที่ได้รับอนุมัติจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในปี 2561 มีทั้งสิ้น 8.01 แสนล้านบาท โดยเม็ดเงินดังกล่าวแบ่งมาตรการออกตามกลุ่มเป้าหมายได้ 3 กลุ่มหลัก คือ

1.มาตรการเพื่อเอสเอ็มอี มีเม็ดเงินกระจายไปยังกลุ่มนี้ราว 1.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 2.12% ของเม็ดเงินที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด โดยมาตรการหลักๆ ที่สำคัญ ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจ เอสเอ็มอี

2.มาตรการเพื่อประชาชนฐานราก มีเม็ดเงินกระจายไปยังกลุ่มนี้ราว 5.37 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 67.09% ของเม็ดเงินที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด ซึ่งมาตรการสำหรับประชาชนฐานรากส่วนใหญ่ เป็นมาตรการที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนครอบคลุมทั้งในด้านการให้สินเชื่อและด้านที่มิใช่สินเชื่อ

3.มาตรการอื่นๆ เพื่อประชาชนในภาพรวมได้รับเม็ดเงินราว 2.46 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 30.79% ของเม็ดเงินที่ได้รับอนุมัติทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมาตรการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การพัฒนาระบบคมนาคม รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เป็นต้น

จะเห็นว่ารัฐบาลได้พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยโครงการส่วนใหญ่กว่า 60% เป็นโครงการระยะสั้นที่ดำเนินการผ่านการให้สินเชื่อและเงินช่วยเหลือ หรือให้สวัสดิการโดยตรง เช่น สินเชื่อเพื่อเกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยและสวัสดิการแก่ผู้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย

ส่วนมาตรการ/โครงการในระยะยาวเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งแก่ประชาชนฐานรากที่คิดเป็นสัดส่วน 40% นั้น ถูกดำเนินการผ่านการสร้างงานและสร้างรายได้โดยส่งเสริมเกษตรกรในด้านการผลิตและการตลาดให้รู้จักปลูกพืชทดแทน ใช้ปุ๋ยสดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูก การทำธนาคารปูม้า ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนฐานรากสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัย รวมถึงมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างศักยภาพให้ประชาชนฐานรากมีความสามารถในการทำงาน มีทักษะ เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน สามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้ผ่านการฝึกอบรม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อติดตามผลการดำเนินงานของแต่ละโครงการ พบว่า บางโครงการมีผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเงื่อนไขหรือข้อกำหนดของโครงการที่มีความเข้มงวด หรืออาจให้ความช่วยเหลือไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก เห็นว่าภาครัฐควรมีการติดตาม เก็บข้อมูล และประเมินผลโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และไม่ควรประเมินผลเพียงแค่ Output ที่เน้นเชิงปริมาณ เช่น กระจายเม็ดเงินได้ตามเป้าหมาย หรือฝึกอบรมให้ความรู้ได้ตามจำนวนคนที่กำหนดเท่านั้น แต่ควรมองถึง Outcome ว่าผลที่ได้นั้นตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่จัดทำโครงการหรือไม่ เช่นเกษตรกรที่สนับสนุนให้ปลูกพืชทดแทนนั้นมีระดับรายได้เพิ่มขึ้นเพียงใดเมื่อเทียบกับก่อนเริ่มโครงการ เนื่องจากการติดตามประเมินผลจะช่วยให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายซึ่งรัฐบาลจะสามารถนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางในการจัดทำโครงการให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนได้

นอกจากนี้ ควรเพิ่มความช่วยเหลือในระยะยาว ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขจัดความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการช่วยเหลือ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาว โดยให้ความสำคัญและมุ่งจัดทำโครงการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านการศึกษา สาธารณสุข รวมถึงด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี