
เร่งหยุดศึกค้าก่อนเส้นตาย
ทรัมป์พบรองนายกฯ จีน หวังเร่งสงบศึกค้าก่อนเส้นตายภาษี 1 มี.ค.
ทรัมป์พบรองนายกฯ จีน หวังเร่งสงบศึกค้าก่อนเส้นตายภาษี 1 มี.ค. ด้านยุโรปแย้มพร้อมบรรลุดีลการค้าสหรัฐก่อนสิ้นปีนี้
รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องจากทำเนียบขาวว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้หารือประเด็นการค้ากับ หลิวเฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจของจีน และเป็นผู้นำคณะผู้แทนจีนเจรจาการค้ากับสหรัฐวานนี้ เพื่อเร่งบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่าง 2 ชาติ ก่อนเส้นตายข้อตกลงสงบศึกการค้าชั่วคราวจะสิ้นสุดวันที่ 1 มี.ค.นี้
รายงานระบุว่า การเจรจากับหลิวเฮ่อจะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ โรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐหารือกับจีนไปแล้วก่อนหน้านี้ อีกทั้งการที่ทรัมป์พบกับหลิวเฮ่อด้วยตัวเอง นับเป็นสัญญาณบวก บ่งชี้ว่าการเจรจาช่วงที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมากแล้ว
ทั้งนี้ บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า จีนเสนอซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐเพิ่มอีกมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.4 แสนล้านบาท) ครอบคลุมสินค้าหลายประเภททั้งถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี
รายงานระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของร่างบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 6 ฉบับ เพื่อคลี่คลายประเด็นพิพาท 6 ด้าน ได้แก่ การบีบบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี และการจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การบริการ สินค้าเกษตร ค่าเงินหยวน และอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
อย่างไรก็ดี เอมี ซวง หัวหน้านักวิเคราะห์ฝ่ายเอเชีย จากบริษัทวิจัย นอร์เดียมาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้ากับสหรัฐ เป็นเพียงการชะลอการเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปเท่านั้น
“เราคาดการณ์ว่า การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 ซึ่งเพียงพอต่อการป้องกันการตั้งกำแพงภาษีเพิ่มในระยะสั้น แต่ข้อตกลงที่ว่าไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงหลักการพื้นฐาน และป้องกันการเผชิญหน้ากันอีกในอนาคต ด้วยเหตุนี้ การตั้งภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าจีนยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2019 หรือ 2020” ซวง กล่าว
ขณะเดียวกัน เซซิเลีย มัลม์สตรอม กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า อียูคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อหวังให้สหรัฐระงับการเก็บภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนรถจากยุโรป หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐส่งรายงานแจ้งทรัมป์ว่า รถยนต์และชิ้นส่วนรถนำเข้าเสี่ยงเป็นภัยความมั่นคงต่อสหรัฐ หลังสหรัฐเปิดการสอบสวนประเด็นดังกล่าวตามมาตรา 232 ซึ่งเสี่ยงนำไปสู่การตั้งกำแพงภาษี 25% กับรถยนต์และชิ้นส่วนรถนำเข้าจากต่างชาติ
นอกจากนี้ อียูระบุว่า หากสหรัฐเก็บภาษี 25% จะส่งผลให้ราคารถยุโรปที่ส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.1 หมื่นดอลลาร์ (ราว 3.4 แสนบาท) ด้านไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า ภาษีดังกล่าวอาจทำให้ค่ายรถเยอรมนีมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 7,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.19 แสนล้านบาท) ต่อปี







