posttoday
แบงก์อิเหนาผนึกกำลัง รุกสู้ฟินเทคเอกชน

แบงก์อิเหนาผนึกกำลัง รุกสู้ฟินเทคเอกชน

23 กุมภาพันธ์ 2562

“อินโดนีเซีย” นับเป็นหนึ่งในสมรภูมิตลาดดิจิทัลเพย์เมนต์

“อินโดนีเซีย” นับเป็นหนึ่งในสมรภูมิตลาดดิจิทัลเพย์เมนต์ หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่ร้อนแรงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นมากถึง 280% ในปีที่ผ่านมา แตะ 47 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 1.03 แสนล้านบาท) เช่นเดียวกับการเติบโตของปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น 210% ตามข้อมูลของธนาคารกลางอินโดนีเซีย

นอกจากมูลค่าการทำธุรกรรมจะปรับตัวขึ้นแล้ว ตลาดอี-เพย์เมนต์ของอินโดนีเซียยังมีศักยภาพเติบโตต่อในอนาคต เนื่องจากชาวอินโดนีเซียราว 91% ของประชากรทั้งหมดที่ 264 ล้านคน นั้นมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง แต่ยังคงมีอัตราการใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์ที่ต่ำ โดยธนาคารมอร์แกน สแตนย์เลย์ คาดว่า ชาวอินโดนีเซียจะหันมาใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์พุ่งขึ้นเป็น 24% ในปี 2027 จากเดิมที่มีเพียงแค่ 2.1% เท่านั้นในปี 2017

ในปัจจุบัน 2 ผู้เล่นรายใหญ่ที่ผงาดครองตลาดดิจิทัลเพย์เมนต์ของอินโดนีเซีย คือ “โกเพย์” (Go-Pay) ซึ่งมี โกเจ็ก ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่งของอินโดนีเซียเป็นเจ้าของ และ “โอโว”(Ovo) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก แกร็บ บริษัทไรด์เฮลลิ่ง จากสิงคโปร์ และ ลิปโป กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี ผู้ท้าชิงตลาดส่วนแบ่งตลาดดิจิทัลเพย์เมนต์แดนอิเหนาที่ได้ปรากฏตัวขึ้นเมื่อไม่นานนี้ คือ “ลิงค์อาจา” (LinkAja) แพลตฟอร์มชำระเงินออนไลน์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของธนาคารรัฐวิสาหกิจ 4 แห่ง คือ ธนาคารมันดีรี ธนาคารรักยัต อินโดนีเซีย ธนาคารเนการา อินโดนีเซีย และธนาคารตาบุนกาน เนการา และเตเลคอมูนีกาซี รัฐวิสาหกิจด้านโทรคมนาคมรายใหญ่

ลิงค์อาจาเกิดขึ้นจาการนำบริการโมบายเพย์เมนต์ หรือการทำธุรกรรมการเงินผ่านสมาร์ทโฟนของธนาคารทั้ง 4 แห่ง มารวมเข้าไว้ด้วยกันในลิงค์อาจาแพลตฟอร์มเดียว โดยผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมผ่านคิวอาร์โค้ดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร ซึ่งสามารถเติมเงินเข้าระบบผ่านร้านสะดวกซื้อและเครื่องเอทีเอ็มได้ รวมถึงเตรียมเปิดให้บริการอื่นๆ นอกเหนือจากการชำระเงิน เช่น บริการประกัน ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้

ผนึกพันธมิตรสู้

นิกเกอิ เอเชียน รีวิว ระบุว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธนาคารของอินโดนีเซียกำลังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการที่เอกชน โดยเฉพาะโกเพย์และโอโวเริ่มรุกหนักขยายธุรกิจเข้าสู่ภาคการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ

แหล่งข่าวจากนิกเกอิ เอเชียน รีวิว ระบุว่า หนึ่งในหนทางแข่งขันกับแอพฟินเทคของภาคเอกชน คือการเร่งพันธมิตรเพื่อขยายฐานผู้ใช้ โดยหนึ่งในผู้ก่อตั้งลิงค์อาจากำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับอาลีเพย์และวีแชท เพย์ แพลตฟอร์มดิจิทัลเพย์เมนต์รายใหญ่จากจีน เกี่ยวกับการอนุญาตให้นำบริการของอาลีเพย์และวีแชท เพย์มาใช้บนลิงค์อาจาได้

นอกจากนี้ ยังคาดว่า เปอร์ตามีนารัฐวิสาหกิจกิจด้านน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของอินโดนีเซียจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้วย โดยลิงค์อาจาจะได้รับประโยชน์จากการที่เปอร์ตามีนามีปั๊มน้ำมันมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ที่รวมถึงพื้นที่ห่างไกลที่ธนาคารไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งจะทำให้ฐานผู้ใช้ของลิงค์อาจาขยายตัวออกไปนอกเหนือจากเมืองใหญ่ๆ ได้

ธนาคารเจองานยาก

อย่างไรก็ดี ธนาคารรัฐวิสาหกิจยังยากชิงส่วนแบ่งตลาดจากฟินเทคเอกชนที่มีฐานผู้ใช้มหาศาลแล้วในตอนนี้ โดยโอโวมีจำนวนผู้ใช้บริการพุ่งขึ้นมากกว่า 400% นับตั้งแต่เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในเดือน พ.ย. 2017 จนถึงปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นของโอโวแล้วกว่า 115 ล้านเครื่อง นอกจากนี้โอโวยังได้เข้าเป็นพันธมิตรกับร้านค้ากว่า 5 แสนแห่งทั่วประเทศอีกด้วย ขณะที่โกเพย์นั้นมีจำนวนการทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มมากกว่า 1.5 ล้านครั้ง/วัน

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดิจิทัลเพย์เมนต์ในอินโดนีเซีย ระบุว่า สิ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มของโกเพย์และโอโวได้เปรียบกว่าดิจิทัลเพย์เมนต์จากธนาคารทั่วไป คือ การมีเครือข่ายธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้ให้หันมาใช้บริการดิจิทัลเพย์เมนต์ของตัวเองได้ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่ธนาคารไม่มี

“ฉันไม่คิดว่าลิงค์อาจาจะสามารถขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของดิจิทัลเพย์เมนต์จากเอกชนได้ เนื่องจากการตัดสินในเรื่องต่างๆ ในองค์กรรัฐนั้นทำได้ช้ากว่าเอกชน และมันเป็นเรื่องยากมากที่องค์กรรัฐจะกล้าใช้เงินมหาศาลไปกับการทำโปรโมชั่นในแบบที่เอกชนทำ”ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดิจิทัลเพย์เมนต์ของอินโดนีเซีย กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ