
บุรีรัมย์รับมือฉลามชล เปิดหัวไทยลีก 2019
ศึกฟุตบอลไทยลีก 2019 เปิดฤดูกาลนัดแรกก็มีบิ๊กแมตช์ให้แฟนลูกหนังตื่นตาเมื่อ “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ศึกฟุตบอลไทยลีก 2019 เปิดฤดูกาลนัดแรกก็มีบิ๊กแมตช์ให้แฟนลูกหนังตื่นตาเมื่อ “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โคจรมาพบ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี เย็นวันนี้ (23 ก.พ.)
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด-ชลบุรี เอฟซี
สนามช้าง อารีน่า
เวลา 19.00 น. (True4U)
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและแชมป์ 6 สมัย พกสถิติสวยหรูไม่เคยปราชัยในนัดเปิดฤดูกาลแม้แต่ครั้งเดียว โดยชนะ 8 เสมอ 2 ที่สำคัญ 5 ปีหลังสุดชนะรวด ซีซั่นนี้ประเดิมสนามพบ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ยักษ์หลับที่จบอันดับ 9 ปีก่อน โดยทั้งคู่เคยปะทะกันในเกมแรกเมื่อปี 2017 และจบลงด้วยสกอร์ 0-0 ที่บ้านของปราสาทสายฟ้า
โบซิดาร์ บันโดวิช เฮดโค้ชชาวเซิร์บของเจ้าถิ่น เรียกความมั่นใจให้ลูกทีมจากการปราบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 3-1 ผงาดครองแชมป์ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ ก่อนเปิดฤดูกาล ก่อนจะมาสะดุดทำได้แค่เจ๊า นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-1 เกมปรีซีซั่นนัดสุดท้ายในบ้าน
ขุมกำลังเกมนี้ “ปราสาทสายฟ้า” พร้อมสมบูรณ์ แผงหลังได้ ชิติพัทธ์ แทนกลาง หายเจ็บกลับคืนสู่ทีม แต่อาจจะยังต้องรอโอกาสบนม้านั่งแล้วให้ สเตฟาน ปัลลา กองหลังตัวใหม่ออกสตาร์ทร่วมกับ อันเดรส ตูเนซ และพรรษา เหมวิบูลย์พร้อมขนาบข้างด้วย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดมและ กรกช วิริยอุดมศิริ ที่ได้เผชิญหน้าทีมเก่า
แดนกลาง จักรพันธ์ แก้วพรมกัปตันทีม นำทัพประสานงานร่วมกับรัตนากร ใหม่คามิ และสุภโชค สารชาติโดยมี ศุภชัย ใจเด็ด หอกดาวรุ่งทีมชาติไทยล่าสกอร์ร่วมกับ โมดิโบ ไมกา กองหน้าชาวมาลี ที่ถูกคาดหวังว่าจะมาแทนที่ดิโอโก หลุยส์ ซานโต อดีตดาวซัลโวประจำทีมที่ปล่อยตัวออกไป
“ขอเชิญชวนแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาให้กำลังใจพวกเราทุกคนพวกเราจะพยายามเก็บ 3 แต้มให้ได้เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนบอลทุกคน”นฤบดินทร์ กล่าว
ด้าน “ฉลามชล” ภายใต้การนำของ “โค้ชโบ้” จักรพันธ์ ปั่นปี กุนซือใหญ่ พร้อมด้วยมือขวา พิภพ อ่อนโม้ ที่แขวนสตั๊ดผันตัวมาเป็นผู้ช่วยโค้ชหวังล้างอาถรรพ์ไม่เคยบุกชนะคู่แข่งรายนี้ได้มา 7 ปีติด หลังโชว์ฟอร์มได้ดีในเกมปรีซีซั่นด้วยการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์พิเศษที่จีน และปราบ ซานเฟรชเชฮิโรชิมา 2-1 คว้าแชมป์เจลีก เอเชีย ชาเลนจ์
“เกมนัดแรกของฤดูกาลเป็นเกมที่มีความสำคัญต่อทั้งเราและบุรีรัมย์ ไม่มีใครอยากเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ การลงเล่นในฐานะทีมเยือนเป็นอะไรที่ยากเสมอ โดยเฉพาะการมาเยือน ช้าง อารีน่า แต่เหนือสิ่งอื่นใดลูกทีมของผมก็พร้อมเต็มที่ เราจะมีสมาธิตลอด 90 นาที ช่วยกันเล่นตามแท็กติกและสู้ให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องสถิติที่เราไม่เคยบุกชนะบุรีรัมย์นับแต่แต่ปี 2012 ผมว่าอดีตไม่สำคัญ ผมคิดถึงแต่ปัจจุบัน ผมและนักเตะทุกคนอยากมีช่วงเวลาที่ดีที่นี่ซึ่งเราจะทำให้สมบูรณ์แบบที่สุด” โค้ชโบ้ กล่าว
เกมนี้ “ฉลามชล” จะนำทัพโดย“เจ้าก้อง” เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ กัปตันทีมหมายเลข 10 เดินเกมรุกริมเส้นร่วมกับเอกชัย ฤทธิพันธ์ โดยมี 2 คู่หูบราซิเลียน ลูเคียน อาราอูโจ และ แพทริค ครูซล่าตาข่าย ส่วนแดนกลาง พาร์คฮยอนบอม ห้องเครื่องวัยเก๋าเกาหลีใต้ คุมเกมร่วมกับ “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ หลังบ้านมี คิมคยองมิน, กฤษดา กาแมน, นพนนท์ คชพลายุกต์, อลงกรณ์ ประทุมวงศ์ และ ชนินทร์ แซ่เอียะ เฝ้าเสา
“ทุกคนพร้อมและสมบูรณ์ 100% สำหรับการพบกับบุรีรัมย์ ยอมรับว่าการมาเยือนเป็นงานที่ยากอยู่แล้ว แต่ผมก็จะสู้อย่างเต็มที่ ทำผลงานในสนามของตัวเองให้ดี ช่วยทีมให้ได้มากที่สุด เพื่อเก็บแต้มกลับไปให้ได้” วรชิต ทิ้งท้าย
สำหรับสถิติการพบกันของทั้งคู่รวมทุกรายการ 23 นัด บุรีรัมย์เหนือกว่า ชนะ 15 เสมอ 3 แพ้ 5 โดยฤดูกาลที่แล้ว “ปราสาทสายฟ้า” เป็นฝ่ายกำชัยทั้งไปและกลับ เลกแรกเปิดบ้านเฉือน 2-1 ก่อนที่เลกสองจะบุกทุบ 2-0
ความน่าจะเป็น : บุรีรัมย์ ยังคงมีขุมกำลังที่ดูลงตัวและเหนือกว่าชัดเจน ไม่น่าพลาด 3 คะแนนแรกของฤดูกาล







