
ศึกแดงเดือด ภารกิจผีสกัดหงส์ลุ้นแชมป์
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018-2019 ค่ำวันอาทิตย์ (24 ก.พ.) ศึกแดงเดือดยกที่สองของฤดูกาล “ปีศาจแดง”
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2018-2019 ค่ำวันอาทิตย์ (24 ก.พ.) ศึกแดงเดือดยกที่สองของฤดูกาล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ยังไม่แพ้ใครในลีก เปิดโรงละครแห่งความฝันต้อนรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาล ที่ต้องการ3 แต้ม เพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 29 ปี
แมนฯ ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล
สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด
เวลา : 21.05 น.
“ปีศาจแดง” ภายใต้การนำทัพของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ไม่แพ้ใครอีกเลยในลีกนับตั้งแต่กุนซือชาวนอร์เวย์เข้ามาคุมทีม เกมนี้พวกเขาต้องการ 3 คะแนน เพื่อโอกาสในการลุ้นติดท็อปโฟร์ เกมนี้ผู้จัดการทีมเจ้าบ้านเชื่อว่าลูกทีมของเขาจะสามารถล้างแค้นคู่ปรับตัวฉกาจของเขาได้ และเชื่อว่าทีมของเขาไม่ได้เป็นรองในเกมนี้
“ก่อนอื่นเราจะต้องเล่นให้ดีกว่าเกมกับปารีสฯ เกมก่อนหน้านี้เราทำได้ไม่ดีเราจะต้องมีสมาธิในเกมใหญ่อย่างนี้ ผมเชื่อว่าลูกทีมของผมไม่ได้เป็นรองพวกเขา แต่ก่อนอื่นเราจะต้องทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะมีสมาธิอยู่ตลอดเกม เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยก็สามารถจะเปลี่ยนผลการแข่งขันของเกมนี้ได้” ผู้จัดการทีมวัย 45 ปี กล่าว
ด้าน ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายของทีม รู้ดีว่าเกมนี้คือเกมที่มีความสำคัญมากแค่ไหนสำหรับทั้งสองทีมและนักเตะในทีมทุกคนต้องการที่จะมีส่วนร่วมกับเกมนี้
“นี่คือเกมที่ใหญ่ที่สุดที่เราจะมีส่วนร่วมได้ แน่นอนว่าพวกเรารู้ดีว่าพวกเขาทำได้ดีแค่ไหน และนี่คือคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรเราและเขา เกมนี้ทุกๆ คนในทีมต้องการลงเล่น แค่คิดถึงเกมนี้ผมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว ทีมของเราเปลี่ยนไปอย่างมากนับตั้งแต่โซลชาเข้ามา” แบ็กชาวอังกฤษ กล่าว
สภาพทีมเกมนี้ โซลชา จะอดใช้งาน เจสซี ลินการ์ด และอองโตนี มาร์กซิยาล ที่มีอาการบาดเจ็บ และจะส่ง ดาบิด เดเคอาที่ได้พักในเกมเอฟเอคัพที่บุกชนะเชลซีกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง แนวรับนำโดยวิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ที่กลายมาเป็นตัวหลักในยุคกุนซือชาวนอร์เวย์ แดนกลางมี ปอล ป็อกบา เป็นตัวชูโรง และใช้ เนมานยามาติช กับ อันเดร์ เอร์เรรา คอยช่วยกันทำลายเกมคู่ต่อสู้ ส่วนแดนหน้าฝากความหวังไว้ที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด
“หงส์แดง” ทีมเยือนที่ต้องการ 3 แต้มอย่างยิ่งเพื่อกลับไปกุมความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ เกมนี้เจอร์เกน คลอปป์เตือนลูกทีมว่าจะต้องเจอกับงานที่ยากกว่าเกมแรกที่เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ 3-1 อย่างแน่นอน
“ก่อนอื่นเราต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายของนักเตะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีรูปทรงการเล่นที่ดีอย่างที่เราได้เห็นในเกมก่อนหน้านี้กับเชลซี ตอนนี้ผมพยายามที่จะเตรียมทีมของเราให้พร้อมที่สุด นี่คือเกมที่ยากเย็นที่สุดอีกเกมหนึ่งของเรา เกมก่อนเราเจอกับบาเยิร์น เกมต่อไปต้องออกไปเยือนยูไนเต็ด มันอาจจะฟังดูดี แต่มันจะไม่ใช่เกมที่ง่ายแน่นอน” อดีตกุนซือดอร์ตมุนด์ กล่าว
ขณะที่ โมฮาเหม็ดซาลาห์ แนวรุกตัวเก่งของทีมที่ระเบิดฟอร์มยิงไป 17 ประตู จนนำเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกร่วมกับ เซร์คิโออกูเอโร ดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงความมั่นใจว่าทีมของเขาจะบุกไปคว้าชัยได้ แม้เจ้าบ้านจะมีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะหลัง
“พวกเขาเป็นทีมที่ไม่แพ้เลยใน 9 เกมหลังสุดในลีก พวกเขากำลังอยู่ในเส้นทางที่ดี และแน่นอนว่าอยากจะเอาชนะพวกเราให้ได้ ทุกๆ คนรู้ดีเกี่ยวกับการเจอกันของทั้งสองทีมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ดี พวกเขาเอาชนะคู่แข่งได้ต่อเนื่อง และมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม แต่หลังจากจบเกมนี้เราจะเดินออกจากสนามด้วยชัยชนะ และไม่ว่าเราจะเจอกับใครเราจะลงเล่นด้วยความรู้สึกว่าอยากชนะเสมอ” ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ กล่าว
สภาพทีม คลอปป์ จะหมดสิทธิใช้งานเพียงแค่ โจ โกเมซ ที่บาดเจ็บเท่านั้น เกมนี้จะมี อลิสซอน เบคเกอร์ นายทวารมือหนึ่งทีมชาติบราซิลลงเฝ้าเสา แนวรับจะได้ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กลับมาลงสนามเป็นหัวใจในแผงหลังอีกครั้ง แดนกลางใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ประสานงานกับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ส่วนแนวรุกยังเป็นสามประสานหน้าเดิมอย่าง โรแบร์โต ฟีร์มิโน ในตำแหน่งหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย ซาดิโอ มาเน และโมฮาเหม็ดซาลาห์
ความน่าจะเป็น : เป็นการเจอกันที่ถูกที่ถูกเวลาของทั้งสองทีมที่กำลังอยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์ม น่าจะเป็นเกมที่สู้กันได้อย่างสนุกสูสี มีโอกาสที่จะจบด้วยการแบ่งแต้มค่อนข้างสูง







