
งัดมาตรการกระตุ้นราคายาง
เวทียาง 3 ชาติ ไทย-อินโด-มาเลย์ ห่วงสงครามการค้าสหรัฐจีน-ราคาน้ำมัน
เวทียาง 3 ชาติ ไทย-อินโด-มาเลย์ ห่วงสงครามการค้าสหรัฐจีน-ราคาน้ำมัน ผนึกออกมาตรการ
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง ผลการประชุมระดับรัฐมนตรี สภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ สมัยพิเศษ ว่า ทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ได้หารือถึงมาตรการแก้ปัญหาราคายาง 5 มาตรการเพื่อทำให้ราคามีเสถียรภาพ โดยได้ข้อยุติร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะกรรมการอาวุโสขึ้นมาเพื่อพิจารณามาตรการที่ฝ่ายนโยบายกำหนด คือ การจำกัดการส่งออกยางพาราของ 3 ประเทศลง 2-3แสนตัน โดยจัดประชุมกันในวันที่ 4 มี.ค. 2562ที่ จ.สงขลา
ทั้งนี้ ใน 5 มาตรการที่เห็นตรงกันและจะร่วมขับเคลื่อนประกอบด้วย 1.จำกัดการส่งออกยางประมาณ 2-3 แสนตัน โดยให้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายหารือว่าจะมีสัดส่วนปริมาณเท่าไรของแต่ละประเทศ และช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเมื่อไร จากยอดส่งออกรวม 6-7 ล้านตัน โดยการประชุมวันที่ 4 มี.ค.นี้ เพื่อให้ได้ข้อยุติ
2.การหารือเพื่อปรับเพิ่มการใช้ยางในประเทศของ 3 ประเทศ เนื่องจากเห็นว่า การใช้ยางทำถนนของไทยได้ผล 3.การหารือเรื่องลดพื้นที่การปลูกยางไปปลูกพืชอื่น 4.การร่วมกันทำตลาดยาง 3 ประเทศในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมการซื้อขายยางพาราโดยตรง 5.การตั้งสภาการยางแห่งอาเซียน เพื่อเป็นเวทีให้ 3 ประเทศได้คิดริเริ่มนวัตกรรมใหม่ แปรรูปยางพาราและค้นคว้าวิจัยร่วมกัน
นอกจากนี้ จะเร่งให้ได้ข้อปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อช่วยกันผลักดันราคายางให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเบื้องต้นเมื่ออินโดนีเซียออกข่าวว่าจะหารือกับไทยในวันที่ 22 ก.พ.เรื่องการลดการส่งออก ก็ส่งผลให้ราคายางขยับขึ้นใน 3 ประเทศ รวมทั้งรัฐบาลไทย เร่งส่งเสริมนำยางไปทำถนนด้วยกว่า 1.2 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นไปอยู่ที่ 40-50 บาท/กิโลกรัม (กก.) การหารือในเวทีไตรภาคียาง ซึ่งเมื่อปี 2561 ทั้ง 3 ประเทศ ได้มีการจำกัดการส่งออก 3.5 แสนตัน โดยไทยจำกัดได้ 2.3 แสนตัน อินโดนีเซีย 9.5 หมื่นตัน และมาเลเซีย 2 หมื่นตัน
“ผมจะทำให้การประชุมไตรภาคียางเกิดประโยชน์กับเกษตรกร อย่างเป็นรูปธรรมนอกจากนี้ที่ประชุมมีความกังวลเรื่องสถานการณ์สงครามการค้าของสหรัฐและจีน และราคาน้ำมัน จึงเห็นด้วยกับการลดพื้นที่ปลูกและเพิ่มการใช้ในประเทศให้มากขึ้น โดยดูไทยเป็นต้นแบบเรื่อง ทำถนนยาง” นายกฤษฎา กล่าว
นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า การลดปริมาณการส่งออกยางเป็นมาตรการระยะสั้นที่จะร่วมกัน แต่ประเทศไหนจะลดเท่าไรต้องหารือโดยขณะนี้ราคายางเริ่มดีขึ้น โดยปี 2562 ราคายางไตรมาส 2 น้ำยางสดอยู่ที่ 42 บาท/กก. ยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 47 บาท/กก. และยางแท่งอยู่ที่ 45 บาท/กก. โดยราคายางแท่งของอินโดนีเซียและมาเลเซียอยู่ที่ 40 บาท/กก. แต่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าของไทย
สำหรับการทำถนนยางพาราซอยซีเมนต์นั้นขณะนี้รอผลการหารือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะออกข้อบัญญัติท้องถิ่นออกมาว่าจะใช้ยางทั้งหมดเท่าไร จากโครงการถนนหมู่บ้านละ 1 กม. โดยตัวเลขเบื้องต้นใช้ยางประมาณ 1.2 ล้านตัน







