posttoday
'ยูนิคอร์น' เขย่าเลือกตั้งอินโดฯ

'ยูนิคอร์น' เขย่าเลือกตั้งอินโดฯ

19 กุมภาพันธ์ 2562

ยูนิคอร์น คือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

ยูนิคอร์น คือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ซึ่งในกลุ่ม 10 ชาติอาเซียนด้วยกันนั้นคงไม่มีใครโดดเด่นเกิน “อินโดนีเซีย” ในฐานะที่สามารถบ่มเพาะสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นได้ถึง 4 แห่ง ได้แก่ โกเจ็ก โทโกพีเดีย ทราเวลโลกา และบูกาลาปักหรือสูงสุดในภูมิภาค

จากจุดพีระมิดของวงการในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ยูนิคอร์นกำลังถูกดึงเข้ามาสู่ “การเมือง” อย่างเต็มตัว และกำลังเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปของอินโดนีเซียในเดือน เม.ย.นี้ ภายหลังมีการดีเบตรอบสองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชันเฉพาะตัวผู้สมัครประธานาธิบดี และได้รับความสนใจมากกว่ารอบแรกเมื่อเดือนที่แล้ว ที่เน้นเรื่องกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งคนทั่วไปโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มองว่าไกลตัวและน่าเบื่อ

ระหว่างการดีเบต โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้ถามปราโบโว ซูเบียนโต ผู้ท้าชิงซึ่งเป็นอดีตนายพลเก่า เรื่องนโยบายสนับสนุนยูนิคอร์นในประเทศ แต่ซูเบียนโตไม่เข้าใจคำว่า “ยูนิคอร์น” จนเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียในประเทศ ทั้งยังนำมาซึ่งคำถามเรื่องคุณสมบัติของซูเบียนโต

แม้ซูเบียนโต กล่าวว่า สตาร์ทอัพอินโดนีเซียกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและเห็นด้วยกับนโยบายหนุนยูนิคอร์นของรัฐบาลวิโดโด แต่ซูเบียนโตแสดงความกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการย้ายรายได้ออกนอกประเทศ นับว่าเป็นครั้งล่าสุดที่ความคิดเห็นของซูเบียนโตเกี่ยวกับสตาร์ทอัพเป็นประเด็นใหญ่ในโลกโซเชียล หลังเคยแสดงความกังวลเรื่องคนรุ่นใหม่เรียนจบมัธยมปลายและไปทำงานเป็นคนขับรถของแพลตฟอร์มเรียกรถรับส่ง เช่น แกร็บและโกเจ็ก แทนที่จะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว

ด้านวิโดโดกล่าวในการดีเบตว่าจะสนับสนุนโครงการปั้นยูนิคอร์นในประเทศต่อไป เพิ่มเติมจากการประกาศว่าจะเพิ่มงบวิจัยและพัฒนา (R&D) และพิจารณามาตรการจูงใจ แต่เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเอาใจสตาร์ทอัพรายใหญ่เป็นพิเศษ จึงย้ำด้วยว่างบประมาณ 26 ล้านล้านรูเปียห์ (5.75 หมื่นล้านบาท) เพียงพออยู่แล้ว

ท่าทีระมัดระวังเช่นนี้มีขึ้นหลังจากที่ยูนิคอร์นเป็นกระแสใหญ่ก่อนการดีเบตเพียงไม่กี่วัน เมื่อ อัชหมัด ซากี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบูกาลาปัก วิจารณ์ว่างบ R&D ของรัฐบาลยังน้อยเกินไป และระบุว่าประธานาธิบดีคนใหม่อาจทำได้ดีกว่า จนทำให้ชาวโซเชียลมีเดียในอินโดนีเซียจำนวนมากไม่พอใจ และเริ่มแคมเปญลบแอพพลิเคชั่นบูกาลาปัก เพราะเชื่อว่ารัฐบาลวิโดโดช่วยเหลือสตาร์ทอัพมากพอแล้วพร้อมกล่าวหาว่าซากีอาจสนับสนุนซูเบียนโต

ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดกรณีสตาร์ทอัพรายใหญ่ถูกลากเข้าการเมืองมาแล้ว โดย ทราเวลโลกา เคยเจอกระแสรณรงค์ลบแอพทิ้งในปี 2017 เนื่องจากซีอีโอบริษัทแสดงความไม่พอใจเรื่อง อานิส บาสวีดันชนะเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา

กรณีนี้จึงอาจสะท้อนได้ว่าแม้อุตสาหกรรมสตาร์ทอัพในอินโดนีเซียจะไปได้สวย แต่การเมืองก็ยังคงเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลสูงต่อแวดวงอุตสาหกรรมนี้ และอาจถึงขั้นพลิกทิศไปคนละทางจากที่ผ่านมาได้ หากมีการพลิกขั้วการเมืองขึ้นหลังการเลือกตั้งทั่วไปควบเลือกตั้งประธานาธิบดี วันที่ 17 เม.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท