
สนพ.ศึกษาขึ้นค่าการตลาดน้ำมัน ชี้ควรเฉลี่ยอยู่ที่ 2 บาท
โพสต์ทูเดย์-สนพ.ศึกษาค่าการตลาดน้ำมันใหม่ หลังผู้ค้าอ้างระดับ 1.50 บ.ใช้มา 20 ปีไม่สอดคล้องต้นทุน ชี้ควรอยู่ที่ 2 บาท
โพสต์ทูเดย์-สนพ.ศึกษาค่าการตลาดน้ำมันใหม่ หลังผู้ค้าอ้างระดับ 1.50 บ.ใช้มา 20 ปีไม่สอดคล้องต้นทุน ชี้ควรอยู่ที่ 2 บาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สนพ. กำลังศึกษาโครงสร้างค่าการตลาดน้ำมันใหม่ หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันเสนอให้มีการทบทวน เพราะค่าการตลาดเหมาะสมที่ระดับ 1.50 บาท/ลิตร เป็นตัวเลขที่ใช้มากว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ราคาขายปลีกน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 20 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการคำนวณค่าการตลาดจากต้นทุนการบริหารงานและราคาน้ำมันตลาดโลกเฉลี่ยควรอยู่ที่ระดับ 2 บาท/ลิตร ทั้งนี้จะมีการศึกษาโครงสร้างค่าการตลาดอย่างละเอียด โดยนำปัจจัยต่างๆที่มีต่อราคาน้ำมันมาประมวลกันอีกครั้ง
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน กล่าวถึง ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในปี 2553 อาจไม่ดีเท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่ผู้ค้าน้ำมันมีกำไรจากค่าการตลาดในรอบ 10 ปี โดยเฉลี่ยตลอดปีค่าการตลาดอยู่ที่ 1.50 บาท/ลิตร แต่ปีนี้ราคาน้ำมันอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันมีแรงกดดันจากสังคมในการปรับราคาขายปลีกแต่ละครั้ง ต่างจากปีก่อนที่น้ำมันอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ทำให้การปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดได้มากกว่า
อย่างไรก็ตามยอมรับว่าค่าการตลาดที่เหมาะสม ตามที่สนพ.กำหนดไว้ 1.50 บาท/ลิตร เป็นเพียงตัวอ้างอิงเท่านั้น แต่ในทางธุรกิจผู้ค้าน้ำมันควรจะได้รับค่าการตลาดมากกว่านี้ ทำให้มีความพยายามจะยกระดับค่าการตลาดเหมาะสมให้ได้ในระดับ 1.60-1.80 บาท/ลิตร เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกน้ำมันต้องใช้เงินลงทุนมาก โดยการลงทุนเปิดปั๊มใหม่ ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท
รายงานข่าวจากสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) แจ้งว่า ผู้ค้าน้ำมันได้ทยอยปรับขึ้นราคาขายปลีกทุกผลิตภัณฑ์ 80 สต./ลิตร โดยเชลล์นำร่องขึ้นราคาก่อนเป็นรายแรกมีผลตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. ในขณะที่ปตท.และบางจากมีผลในวันที่ 5 ม.ค. ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันได้ลดต่ำลงเนื่องจากช่วงวันหยุดปีใหม่ไม่ได้มีการปรับราคาตามตลาดโลกที่ได้ปรับราคาขึ้นถึง 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 20-40 สต./ลิตร
นายวิทยา หวังจิตรารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ตลาดขายปลีกหน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. กล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. 2552 จากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านดัชนีชี้วัดต่างๆ เริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับปริมาณสำรองทั่วโลกเริ่มมีแนวโน้มลดลง
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปทั้งดีเซลและเบนซินที่ตลาดสิงคโปร์ ได้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากช่วงกลางเดือนธ.ค. 2552 กว่า 7-8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยวันที่ 4 ม.ค. 2553 ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเบนซิน ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 86.55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น้ำมันสำเร็จรูปดีเซลหมุนเร็วปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 84.73 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 77.95 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายปลีกในประเทศมาตลอด แต่ปตท.ได้ตรึงการปรับราคาขายปลีกไว้ในช่วงวันหยุดปีใหม่ ส่งผลให้ค่าการตลาดอยู่ในระดับต่ำมากตั้งแต่ช่วงก่อนวันหยุดเทศกาลปีใหม่ โดยเหลือเพียง 20 สต./ลิตร
สำหรับราคาขายปลีกหลังกปรับราคาเป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ 41.64 บาท/ลิตร เบนซิน 91 อยู่ที่ 35.64 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 32.04 บาทลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่31.24 บาท/ลิตร ดีเซล อยู่ที่ 27.99 บาท/ลิตร และบี5 อยู่ที่ 26.59 บาท/ลิตร







