
เกียรตินันท์ วิจิตรประไพ ผู้ปลุกปั้นกระถางยุค4.0
ปฏิเสธไม่ได้ว่านวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในหลายอุตสาหกรรม
ปฏิเสธไม่ได้ว่านวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในหลายอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้ธุรกิจกระถางต้นไม้ที่ในอดีตหลายๆ คนอาจมองข้าม แต่ปัจจุบันมีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและเป็นห่วงสภาวะแวดล้อมมากขึ้น
เกียรตินันท์ วิจิตรประไพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี.โอ.บอนด์ ผู้ผลิตและจำหน่ายกระถางรักษ์โลกภายใต้แบรนด์ “คลีน พลัส” (Kreen Plus :- Kreen+) ย้อนอดีตถึงที่มาก่อนเริ่มธุรกิจกระถางรักษ์โลกว่า เป็นการต่อยอดจากธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ คือผลิตภัณฑ์ อลูมินัม คอมโพสิท (Aluminum Composite Panel-ACP) โดยต่อยอดมาจากพื้นฐานธุรกิจเดิมของครอบครัวที่เติบโตมาจากรากฐานการเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็ก
ทั้งนี้ เริ่มต้นในปี 2549 ดำเนินธุรกิจเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่เป็นนวัตกรรมการก่อสร้าง คือฐานปรับระดับยกพื้นใช้งานภายนอก (Pedestals for Terraces) จากประเทศเบลเยียม แบรนด์ บูซอน (BUZON) สินค้าทั้งสองตัวมีนวัตกรรมที่โดดเด่นลูกค้าจึงตอบรับดี
ที่ผ่านมามีสินค้าจำกัดประเภทเดียว ต่อมาปี 2555 จึงเริ่มมองหาสินค้าประเภทอื่นๆ เข้ามาทำตลาดโดยไปดูนวัตกรรมต่างประเทศ ที่ประเทศเยอรมนี ดูนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เรียกสั้นๆ ว่างาน “Bau” ได้พบวัสดุแปลกใหม่มากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์ยกพื้น บูซอน บริษัทก็เจรจาเป็นพันธมิตรจากการไปดูงานในครั้งนั้น
รวมทั้งจากการเป็นคนเดินทางไปต่างประเทศบ่อย อย่างประเทศสิงคโปร์ ที่ประเทศนั้นมีนโยบายเป็นเมืองสีเขียว ที่ไม่ใช่แค่ทาสีเขียวเขาทำจริง คือไปไหนก็กรีน เสา ประตูบ้านทำจากวัสดุก่อสร้างที่รักษ์โลก เพราะเขาไม่ชอบใช้วัสดุปลอม สิงคโปร์อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรมีอากาศที่ร้อน แต่จากการที่มีสภาพแวดล้อมสีเขียวจึงทำให้ประเทศมีอากาศชื้นและเย็นและมีลมพัดตลอด ซึ่งอากาศเย็นสบายมากกว่าประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่สีเขียวของไทยน้อยลงเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันก็เดินทางไปฮ่องกง ซึ่งประเทศเขาก็เขียวเหมือนกัน ก็เลยกลับมาดูและเริ่มปรึกษาผู้จัดการทางด้านฝ่ายขายในบริษัทว่า หากจะทำระบบกระถางหรือปลูกสวนแนวตั้ง มีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนให้ทำ จึงมาศึกษาว่าการทำสวนแนวตั้งควรเป็นอย่างไรดี และควรจะเลือกแบบไหนในการพัฒนาสินค้าออกมา
“ผมใช้เวลา 8-9 เดือน มีการคุยกับฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์มีการปรับรูปแบบ โดยต้องออกแบบให้มีรูปแบบที่ใช้งานง่ายและราคาไม่แพง เพราะหากทำสินค้าให้ดีอย่างไร แต่ถ้าราคาแพงก็จะทำให้คนใช้สินค้าน้อยลง”
ในช่วงเริ่มต้นทำการตลาดได้นำกระถางไปขายร่วมกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ได้รับคำถามว่าทำไมกระถางเล็ก แล้วจะปลูกต้นไม้ได้หรือ ซึ่งผมก็ไม่ได้เติบโตมาทางสายวนศาสตร์ แต่ก็ได้ทดลองปลูกต้นไม้ขนาดตั้งแต่ 15 ซม. ไปยังต้นไม้ขนาด 40 ซม. ซึ่งรูปทรงมันดูเล็กก็จริงแต่ก็ปลูกได้กับต้นไม้ใหญ่ แต่เนื่องจากตลาดไม่มั่นใจเพราะเห็นว่ากระถางมีขนาดเล็ก จึงได้คุยร่วมกับฝ่ายขายโดยต้องการให้พัฒนาต่อ จึงต้องครีเอทสินค้าใหม่ เหมือนกับการเริ่มต้นจากศูนย์ใหม่ โดยกระถางในเจเนอเรชั่นแรกเริ่มต้นพัฒนาปี 2558 ขณะที่ในปี 2559 ช่วงเดือน มี.ค. ได้เริ่มพัฒนากระถางรักษ์โลกเจเนอเรชั่นที่สอง
“สินค้าใช้เวลาออกแบบ 3 เดือน โดยมีการนำคอมเมนต์ที่ได้พบมาร่วมในการออกแบบว่าอะไรคือข้อดี อะไรคือข้อด้อย ปรับแบบไปมา โดยออกแบบภายใต้แนวคิดที่ว่า 1.ต้องใช้งานง่าย 2.ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น 3.ตอบโจทย์เรื่องการติดตั้ง ใช้งานในลักษณะที่ใช้จริงมากกว่าเป็นงานตกแต่ง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปลูกต้นไม้จริง”
สำหรับกระถางในเจนแรกกับเจนสองนั้นใช้เหมือนกันแต่ขนาดนั้นแตกต่างกัน เจนสองนั้นแข็งแรงกว่าและปลูกได้มากกว่า มีรูปแบบใหม่ รูปแบบการฟีดน้ำรดต้นไม้ ถูกคิดมาว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน ฟังก์ชั่นในรุ่นที่สองมีมากกว่าเวอร์ชั่นเดิม พอเริ่มขายก็ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี แต่ปรากฏว่ารุ่นแรกกลับมีการขายที่ดีกว่า เพราะรุ่นแรกออกมาก่อนและมีการพูดถึงมากกว่า ปัจจุบันยังมีสินค้าขายทั้งสองรุ่น รุ่นแรกเป็นกระถางที่ปลูกต้นไม้ต้นต่อต้น สามารถปลูกยกแผงสลับสับเปลี่ยนได้ง่ายกว่า แต่ระบบเจนสองเป็นระบบรางที่มีขนาดใหญ่กว่าเจเนอเรชั่นแรกและตัวกระถางสามารถปลูกต้นไม้ได้หลายต้น
เขาย้ำว่า สุดท้ายปลายทางสิ่งที่ต้องการทำ คือต้องการเห็นพื้นที่สีเขียวในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น ในเมืองไทยก็มีคนทำกระถาง กระถางพลาสติกสีดำๆ ทำจากวัสดุอะไรไม่รู้ แต่ถ้าเราจะทำจริงๆ จังๆ และใช้งานได้นานจะมีใครมารับรอง ซึ่งยังไม่มีใครทำจริงๆ จังๆ ถ้าหากทำจริงต้องทำให้ดี
นอกจากเรื่องของการออกแบบที่ได้มาตรฐานแล้ว สินค้าที่ผลิตต้องทำจากวัสดุที่ปลอดภัย เนื่องจากอาจนำไปใช้ปลูกของกิน วัสดุต้องทน ปลอดภัย ไม่เช่นนั้นต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลส่งเสริมให้ใช้ของไทย การพัฒนากระถางรักษ์โลกจึงต้องใช้ของดีผลิต คือพีพี หรือโพลีพรอพไพลีนมี 2 ประเภทคือ พรีรีไซเคิล คอนซูเมอร์คอนเทนต์กับโพสต์รีไซเคิล คอนซูเมอร์คอนเทนต์ ใช้สร้างพื้นที่สีเขียวผักสวนครัวรั้วกินได้ เมื่อต้นไม้ดูดซับเข้าไปก็จะมีอันตรายปะปนเข้ามา จึงจำเป็นต้องเลือกใช้วัสดุรูปแบบพรีรีไซเคิล คอนซูเมอร์คอนเทนต์
ต้องยอมรับว่าเวลานี้หาวัสดุประเภทนี้ยากพอสมควร โดยจะต้องหาจากโรงงานผู้ผลิตที่เราไว้ใจได้ เลือกโรงงานที่ผลิตวัสดุหรือผลิตสินค้าแบรนด์ชั้นนำ เพราะสินค้าที่มีแบรนด์ชั้นนำเขาจะไม่เอาสินค้าของเขามาเสี่ยง เขาจะเลือกแต่สินค้าที่ไม่เป็นอันตรายมาใช้ เช่น ฝาเครื่องซักผ้า ฝาหลังชิ้นส่วนโทรทัศน์ ต้องเลือกจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน







