
ลุยสร้างกำแพง
ทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ทรัมป์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เดินหน้าสร้างกำแพงยักษ์กั้นพรมแดนเม็กซิโก
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้อำนาจโยกย้ายงบรัฐบาลกลางบางส่วนไปใช้สร้างกำแพงกั้นแนวพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส
ทั้งนี้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคาดว่าจะช่วยปลดล็อกงบประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.5 แสนล้านบาท) สำหรับสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ตามการประเมินของ มิค มุลวานีย์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานประจำทำเนียบขาว ซึ่งยังคงต่ำกว่าคาดการณ์ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 7.16 แสนล้านบาท)
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังทรัมป์ลงนามร่างงบประมาณระยะสั้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์รอบใหม่ อย่างไรก็ดี ภายใต้ร่างงบดังกล่าวสภาคองเกรสอนุมัติงบด้านความมั่นคงชายแดนเพียง 1,375 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.3 หมื่นล้านบาท) น้อยกว่าที่ทรัมป์ต้องการที่ 5,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.78 แสนล้านบาท)
ด้าน แนนซี่ เปโลซี่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรคเดโมแครตและ ชัค ชูเมอร์ แกนนำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากเดโมแครต ออกแถลงการณ์ร่วมระบุว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินละเมิดอำนาจในการควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณของสภาคองเกรส
ขณะที่ พับบลิก ซิติเซน องค์กรคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ยื่นฟ้องในนามเจ้าของที่ดิน 3 ราย ในรัฐเทกซัสซึ่งรัฐบาลแจ้งว่าต้องการสร้างกำแพงบนที่ดินของเจ้าของที่ดังกล่าว โดยระบุว่าการกระทำล่าสุดของทรัมป์ไม่ใช่การตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เป็นความขัดแย้งกันระหว่างทรัมป์และสภาคองเกรสเรื่องการสร้างกำแพง







