
สสค.ชวนประกวดภาพสังคมแห่งการเรียนรู้
สสค.ชวน "ส่ง-คลิก-โหวต" ประกวดภาพ “สังคมแห่งการเรียนรู้” ปิ๊งไอเดียสร้าง “โฟโต้ แบงค์” (Photo Bank) แชร์รูป “ใช้ฟรี” ครั้งแรกในไทย
สสค.ชวน "ส่ง-คลิก-โหวต" ประกวดภาพ “สังคมแห่งการเรียนรู้” ปิ๊งไอเดียสร้าง “โฟโต้ แบงค์” (Photo Bank) แชร์รูป “ใช้ฟรี” ครั้งแรกในไทย
“การเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนสังคม” เป็นกรอบความคิดใหม่ภายใต้ “คอนเซ็ปท์” ของสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) หรือ “สสส.การศึกษา” ที่ต้องการตอบโจทย์การเรียนรู้ที่สามารถจะ “เปลี่ยนชีวิตผู้คน และสังคม” จึงเป็นที่มาของโครงการที่แหวกแนวออกไปจากการศึกษาในชั้นเรียน เพื่อจุดประเด็นการเรียนรู้ใหม่ๆ สร้างสังคมแห่งการเรียรู้ตลอดชีวิต
โครงการประกวดภาพถ่าย “สังคมแห่งการเรียนรู้” ที่สสค.ได้มีโอกาสร่วมกับ “ชุมชนคนรักการถ่ายภาพ” (Shutterism.com) ก็เป็นอีกโปรเจ็คท์ที่มุ่งเปลี่ยนคอนเซ็ปท์การเรียนรู้ใหม่ ที่ทำให้ “สังคมเปลี่ยนแปลง” ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว องค์กร ท้องถิ่น และประเทศชาติ เพราะเชื่อมั่นว่า การเรียนรู้ไม่ใช่เพียง “หน้าที่ของเด็ก” แต่ควรเป็นวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนไทยทุกวัน
นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค.กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ให้แหวกออกไปจากการศึกษาในชั้นเรียน จำเป็นต้องกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวทำนองเดียวกับเรื่องสุขภาพที่บอกว่าการป้องกันสำคัญไม่น้อยกว่าการรักษาโรค ภาพถ่ายจึงอีกหนึ่งในโครงการที่มุ่งสร้างความเข้าใจของประชาชน ในการจุดประเด็นการเรียนรู้ใหม่ๆ โดยการสื่อความหมายผ่านภาพถ่าย ภายใต้แนวคิดการสร้างและกระตุ้นสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อการเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาเป็นการเรียนรู้ ที่เราสามารถเรียนรู้ได้รอบตัว ทุกที่ ทุกเวลา และทุกกิจกรรม
ด้าน มนตรี ศรีโอภาส บรรณาธิการภาพ นิตยสารเนเจอร์ เอ็กซ์โพลเลอร์ (Nature Explore) หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวถึงที่มาที่ไปที่สุดท้ายมาลงตัวที่การประกวดภาพถ่าย ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบการประกวดอื่นๆ เช่น การส่งบทความ การประดิษฐ์ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไกลตัว ซึ่งอาจต้องมีเกณฑ์ตัดสินที่ละเอียดอ่อน ต่างจาก “ภาพ” ที่ไม่มีขีดจำกัด เมื่อประกอบกับปัจจุบัน ระบบการสื่อสารที่เรียกว่า “โซเชียล มีเดีย” ผ่านเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ฯ มีอัตราการขนาดตัวอย่างรวดเร็ว จึงมาลงตัวอยู่ที่การส่งภาพประกวดผ่านเฟสบุ๊ค ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี ไปพร้อมๆกับการสร้างแรงบันดาลใจว่า การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในตำรา
“ไม่ว่าคุณจะเป็นมือสมัครเล่น หรืออาชีพ สำคัญอยู่ที่แนวคิด การครีเอทีฟ และโอกาสดีๆ ก่อนจะผ่านการกดซัตเตอร์ ทำให้ “การประกวดถ่ายภาพ” ง่ายต่อการมีส่วนร่วม และเปิดกว้างแก่คนทุกเพศทุกวัย ส่วนเรื่องเกณฑ์การพิจารณานั้น ผมอยากเน้นว่า นอกจากผู้ส่งประกวดจะต้อง “ตอบโจทย์” การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปภาพในช็อตเดียวแล้ว ภาพที่สื่อสารออกมาต้องแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณ ผ่านแอ็คชั่น หรือผ่านแก๊กเล็กๆที่ผู้ถ่ายคิดถึงเอง” มนตรีกล่าว
และแนะเนคนิคในการถ่ายภาพเชิงสารคดีว่า การสื่อสารถึงวิถีชีวิตผู้คนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผู้ถ่ายต้องจับอารมณ์ “เป้าหมาย” ให้ได้ก่อนกตชัตเตอร์ เพราะเมื่อถ่ายรูป “สังคมแห่งการเรียนรู้ ใจความสำคัญอยู่ที่ต้องบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพนั้นได้
นอกจากนี้ จบจากงานประกวด มนตรียังกล่าวถึงการเกิด “โฟโต้ แบงค์” (Photo Bank) หรือ “คลังภาพออนไลน์” ที่เปิดให้ประชาชน องค์กรทุกภาคส่วน หยิบไปใช้ได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อสร้างให้เกิดสังคมออนไลน์ที่เขาเรียกว่า “Friendly Online” เป็นครั้งแรก โดยไม่มุ่งเน้นกำไร และเรื่องธุรกิจ แต่เพื่อการแบ่งปั่นความรู้และประสบการณ์ในการเรียนรู้ เพื่อต่อยอดให้เกิดการกระตุ้นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง ภายใต้ 6 หัวข้อที่สอดคล้องต่อการเรียนรู้ ดังนี้ 1.การเรียนรู้ในโลกยุคใหม่/นอกห้องเรียน 2.กิจกรรมวันหยุด 3.ศิลปะวัฒนธรรม 4.กิจกรรมอาสาสมัคร 5.สิ่งแวดล้อม และ 6.กีฬา/นันทนาการ
สำหรับผู้ที่สนใจ ร่วมชิงรางวัลมูลค่ารวม 60,000 บาท สามารถคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.qlf.or.th และร่วมส่งภาพประกวด และคลิกโหวต ได้ภายใน 20 พ.ย.นี้ ก่อนจะแจ้งผลการตัดสินในวันที่ 20 ธ.ค. ทั้งนี้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวการจัดการประกวดได้ที่ http://www.facebook.com/learningsharing







