
คอตโต้เจอพิษค่าเงินยอดส่งออกร่วง15%
คอตโต้ เจอพิษค่าเงินบาทแข็งครึ่งปีหลังยอดส่งออกร่วง 15% ปีหน้าปรับราคาขึ้น 15 – 20% พร้อมปรับสัดส่วนส่งออกลง 15% ส่วนตลาดภายในประเทศหลังน้ำลดส่งผลตลาดรวมโตกว่า 10%
คอตโต้ เจอพิษค่าเงินบาทแข็งครึ่งปีหลังยอดส่งออกร่วง 15% ปีหน้าปรับราคาขึ้น 15 – 20% พร้อมปรับสัดส่วนส่งออกลง 15% ส่วนตลาดภายในประเทศหลังน้ำลดส่งผลตลาดรวมโตกว่า 10%
นายธนนิตย์ รัตนเนนย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เซรามิคอุตสาหกรรมไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเบื้องคอตโต้ เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ส่งผลให้ยอดขายจากการส่งออกลดลงแล้ว 15% และมีแนวโน้มที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงต้องปรับราคาสินค้าสำหรับส่งออกขึ้นประมาณ 15 – 20% มีผลเดือน ม.ค. ปีหน้า ที่จะทำให้การแข่งขันของบริษัทลดลงในตลาดต่างประเทศ ดังนั้นบริษัทจึงปรับแผนการดำเนินงานด้วยการปรับสัดส่วนการส่งออกลง 15% จากสัดส่วนการส่งออกทั้งหมดในปีนี้ที่ 10 ล้านตารางเมตร
ทั้งนี้ เมื่อบริษัทไม่สามารถแข่งขันทางด้านราคาได้ บริษัทจึงต้องสร้างจุดแข็งในการแข่งขันใหม่ด้วยดีไซน์ นวัตกรรม และการขายเป็นแพกเกจ ซึ่งตลาดในยุโรป และอเมริกา ยังมีช่องว่างอยู่ ล่าสุดบริษัทจึงได้ลงทุนอีก 50 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี 40 ล้านบาท และการลงทุนทางด้านการผลิต 10 ล้านบาท ในการผลิตกระเบื้องแบบดิจิตอลที่สามารถกำหนดและเลือกลายกระเบื้องเองได้ ในชื่อ คอตโต้ ดิจิตอล
“คอตโต้ ดิจิตอล ถือเป็นเพิ่มมูลค่าให้กับกระเบื้อง ทำให้ราคาขายกระเบื้องสูงขึ้น โดยจะอยู่ที่ 3,000 – 4,000 บาทต่อตารางเมตร และลายที่กำหนดแบบหรือภาพเองได้อยู่ในราคา 10,000 บาทต่อตารางเมตร กลยุทธ์นี้ทำให้บริษัทมีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน และแม้จะขายได้ในปริมาณน้อยแต่มีมูลค่าสูง ในขณะนี้ราคากระเบื้องธรรมดาอยู่ที่ 700 บาทต่อตารางเมตร”นายธนนิตย์ กล่าวเพิ่มเติม
นอกจากนี้ การเพิ่มมูลค่าให้กับกระเบื้องจะส่งผลให้บริษัทสามารถผลักดันยอดขายในตลาดพรีเมี่ยมของบริษัทได้เพิ่มขึ้น คาดว่าจากเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้ยอดขายของกระเบื้องในตลาดพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 50%
สำหรับตลาดกระเบื้องภายในประเทศปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% อันเนื่องมาจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย และต้องสร้างบ้าน หรือซ่อมแซมบ้านใหม่ โดยปัจจุบันตลาดกระเบื้องในประเทศไทยมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท บริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 15% ซึ่งถือเป็นอันดับที่ 3 ของตลาด
ส่วนกำลังการผลิตกระเบื้องของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 30 ล้านตารางเมตร แบ่งเป็นการขายภายในประเทศไทย 19 ล้านตารางเมตา และส่งออก 10 ล้านตารางเมตร แม้ในปีหน้าบริษัทจะปรับลดสัดส่วนการส่งออกลงแต่บริษัทจะพยายามรักษากำลังการผลิตให้อยู่ในระดับนี้ต่อไป







