posttoday
กฎหมายเศรษฐกิจไปไม่ถึงฝั่ง ค้างพิจารณาเพียบ

กฎหมายเศรษฐกิจไปไม่ถึงฝั่ง ค้างพิจารณาเพียบ

04 กุมภาพันธ์ 2562

กฎหมายการเงินการคลังหลายฉบับต้องหยุดชะงักไม่สามารถส่งเรื่องให้สนช.พิจารณาได้ทน หลังมีประกาศการเลือกตั้ง

กฎหมายการเงินการคลังหลายฉบับต้องหยุดชะงักไม่สามารถส่งเรื่องให้สนช.พิจารณาได้ทน หลังมีประกาศการเลือกตั้ง

เป็นที่แน่นอนแล้วว่าหลังมีการประกาศการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 2562 นี้ ทำให้กฎหมายการเงินการคลังหลายตัวที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังดำเนินการอยู่ต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถส่งเรื่องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้

กฎหมายที่ค้างอยู่รอการพิจารณา มีทั้งค้างที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในชั้นการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และค้างการพิจารณาของ สนช. มีทั้งกฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเงิน และสังคม มีทั้งการแก้ไขกฎหมายเดิมและการยกร่างกฎหมายใหม่ แม้ในช่วง 4 ปีกว่าที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศจะมีการแก้ไขกฎหมายหลายร้อยฉบับ แต่ก็ยังมีกฎหมายสำคัญอีกหลายฉบับที่รอการพิจารณา และก็มีความเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศแล้วจะยังเดินหน้าหรือคว่ำร่างกฎหมายเหล่านี้ไปเลย

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลังเปิดเผยว่า มีกฎหมายการเงินหลายฉบับที่สำคัญไม่สามารถเสนอได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ เช่น พ.ร.บ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ หรือภาษีลาภลอย ซึ่งจะเก็บจากกำไรจากการขายในบริเวณที่รัฐสร้างรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ทางด่วน สนามบิน ท่าเรือ

นอกจากนี้ ยังมี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร เรื่องการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ผ่านกองทุนรวมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม การลงทุนระหว่างบุคคลธรรมดาที่ลงทุนในตราสารหนี้และได้ผลตอบแทนต้องเสียดอกเบี้ย 10% ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ไม่ต้องเสีย

ขณะเดียวกัน ยังมีร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ หรือ กบช. ที่บังคับให้ผู้ประกอบการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับจากเดิมเป็นภาคสมัครใจ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้ โดยพบว่าแรงงานในระบบ 14 ล้านคน อยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียง 3-4 ล้านคนเท่านั้น

สำหรับกฎหมาย กบช.ที่บังคับให้ผู้ประกอบการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กำหนดให้กิจการขนาดใหญ่ที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป ต้องตั้งกองทุน กบช.ตั้งแต่ปีที่ 1 หลังกฎหมายบังคับใช้ ส่วนกิจการที่ลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป เข้าระบบ กบช.ในปีที่ 4 และกิจการที่มีลูกจ้าง 1 คนขึ้นไปเข้าระบบในปีที่ 6

นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดว่าให้ลูกจ้างและนายจ้างส่งเงินสมทบอัตรา 3% ของค่าจ้าง สูงสุดไม่เกิน 1,800 บาท/เดือน โดยกำหนดเพดานค่าจ้างไม่เกิน 6 หมื่นบาท/เดือน และทยอยปรับเพิ่มอัตราเงินสะสมและเงินสมทบเป็น 5% 7% และ 10% ภายใน10 ปี กรณีลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างน้อยกว่า 1 หมื่นบาท/เดือน ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน ให้นายจ้างส่งเงินในส่วนของนายจ้างฝ่ายเดียว

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) จากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (อี-บิซิเนส) ซึ่งจะกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และ ดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีแวตกับกรมสรรพากร ซึ่งคาดว่าจะทำให้การเก็บภาษีเพิ่มขึ้นปีละ 3,000 ล้านบาท ไม่สามารถเสนอเป็นกฎหมายออกบังคับได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ แม้ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเห็นชอบแล้ว แต่เรื่องยังค้างอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คงต้องรอรัฐบาลใหม่มาสานต่อ ซึ่งหากจะดำเนินการก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

ด้าน ชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะพิจารณาได้ทันก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ แม้ว่าในส่วนของการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ(ซูเปอร์โฮลดิ้ง) ที่จะทำหน้าที่ในฐานะผู้ถือหุ้นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ หรือแปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัดแล้ว 12 แห่ง เช่น บริษัท ปตท. บริษัท การบินไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย บริษัท อสมท ธนาคารกรุงไทย ได้ถูกตัดทิ้งออกไปจากกฎหมายแล้ว เนื่องจากมีหลายฝ่ายต่อต้านและไม่เห็นด้วยก็ตาม

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายการเงินการคลังที่สำคัญทั้งหมด ที่ไม่สามารถผ่านได้ทันในรัฐบาลชุดนี้ ก็ต้องรอรัฐบาลใหม่เริ่มนับหนึ่งกันใหม่ ทำให้ต้องลุ้นก็ต่อไปว่ารัฐบาลใหม่จะหยิบขึ้นมานับหนึ่งกันใหม่ หรือไม่เห็นด้วยที่จะผลักดันร่างกฎหมายทั้งหมดต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีร่าง พ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน พ.ศ. ...ที่จะมีการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลกิจการ ที่นันแบงก์ไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เช่น ธุรกิจลีสซิ่ง การรับจำนำทะเบียนรถ แฟกเตอริ่ง เช่าซื้อ นาโนไฟแนนซ์ รวมถึง พิโกไฟแนนซ์ ดูแลไม่ให้ธุรกิจดังกล่าวคิดดอกเบี้ย หรือค่าธรรมเนียมสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด

กฎหมายเศรษฐกิจไปไม่ถึงฝั่ง ค้างพิจารณาเพียบ วิชญะ เครืองาม

รัฐบาลดิจิทัลสะดุด ปฏิรูปประเทศอืด

วิชญะ เครืองาม คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า 2 กฎหมายสำคัญด้านเศรษฐกิจ ที่ควรเร่งดำเนินการออกมาโดยเร็วและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน คือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. ...โดยเป็นกฎหมายที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประเทศในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยให้มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมและให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน อย่างมั่นคงปลอดภัย มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เปิดเผยและโปร่งใส ประชาชนได้รับความสะดวกในการรับบริการ และสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระ 2

ในขณะเดียวกันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. ...เพื่อเป็นกลไกในการปฏิรูปสังคมขององค์กรในสังคมจากภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการประกอบกิจการหรือการดำเนินการของภาคเอกชน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม อันถือเป็นการประกอบกิจการหรือการดำเนินการเพื่อสังคมมีความพร้อมจะเข้ามาแข่งขันทางการค้า ทั้งในระดับภายในประเทศและระหว่างประเทศ จะทำให้เศรษฐกิจและสังคมเติบโตซึ่งจะส่งผลกับภาพรวมทางเศรษฐกิจต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท