
สวัสดีความเปลี่ยนแปลง
เมื่อต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง
โดย ณศักต์ อัจจิมาธร
เมื่อต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง คนเรามักมีอาการตอบสนองอยู่ 3 ประการหลักๆ
1.เมินเฉยกับความเปลี่ยนแปลงและยังคงทำทุกอย่างไปในแบบเดิมๆ ที่เคยทำมา 2.ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลที่เชื่อว่ามันไม่ดีเท่าสิ่งเดิมที่เคยทำ 3.ยอมรับความเปลี่ยนแปลงนั้น ลงมือลองผิดลองถูกไปกับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา
ขณะที่กำลังฝ่าคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลงอยู่นั้น คนกลุ่ม 3 อาจเป็นกลุ่มที่แรกที่สามารถฝ่าทะเลคลั่งออกไปได้ พวกเขาอาจถูกคลื่นซัดจมน้ำบ้าง สำลักน้ำบ้าง แต่สุดท้ายพวกเขาจะได้เป็นกลุ่มที่เห็นฟ้าที่ปลอดโปร่งได้เร็วสุดพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ ที่ได้ติดตัวมาระหว่างการดิ้นรนฝ่าคลื่นลม
ขณะที่คนกลุ่ม 2 พวกเขาอาจดูท่าทีอยู่บนเรือที่กำลังโคลงเคลง มองดูคลื่นลมที่พัดกระหน่ำเข้าหาเรือ มองดูเสากระโดงที่เอนไหวและใบเรือที่เริ่มขาดจากแรงลม แม้จะถูกกระหน่ำหนักแต่พวกเขาก็ยังไม่คิดกระโดดน้ำ
แต่สุดท้ายเมื่อเรือไม่อาจทานทนคลื่นได้และอัปปางลงกลางทะเล คนกลุ่มนี้จึงอยู่ในสภาวะ “จำยอม” ที่จะต้องโต้กระแสคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลง แต่หากใครคนใดคนหนึ่งเรียนรู้ได้เร็ว เปิดใจยอมรับได้มาก ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะว่ายน้ำฝ่าทะเลคลั่งไปได้พร้อมๆ กับคนกลุ่ม 3 ได้
แล้วคนกลุ่มแรกล่ะ?
พวกเขาอาจเข้าไปเก็บตัวอยู่ในห้องใต้เรือ ใช้ลำเรือที่กำลังสั่นระริกปกป้องตัวจากคลื่นลมแห่งความเปลี่ยนแปลง พร้อมความหวังที่ว่าเรือลำนี้จะลุยฝ่าคลื่นลมที่เกิดขึ้นคราวนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง
หากคลื่นลมไม่รุนแรงนัก คนกลุ่ม 1 ก็อาจจะฝ่าคลื่นลมไปได้ด้วยเรือลำเดิม แต่หากคลื่นลมรุนแรงเกินต้าน เรือพวกเขาก็จะแตกและถูกขยี้เป็นจุณกลางทะเลคลั่ง หากพวกเขาเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง เขาอาจเรียนรู้วิธีว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอดไปได้ แต่หากไม่พวกเขาก็จะจมน้ำและไม่อาจรอดชีวิตออกมาได้
โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นทำให้วิถีชีวิต การงานของผู้คน สินค้า ธุรกิจเดิมๆ สั่นสะเทือน สิ่งเดิมๆ ที่เคยเป็นสิ่งที่ “ใช่” กลับกลายเป็นสิ่งที่ “ไม่ใช่” อีกต่อไป
ธุรกิจหลายๆ ประเภทกลายเป็นธุรกิจที่ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ ขณะที่ธุรกิจเกิดใหม่อีกหลายประเภทและกลายเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อโลกในยุคอนาคต
งานที่เคยต้องอาศัยผู้คนจำนวนมากมาช่วยกันทำ กลายเป็นงานที่ใช้คนดูแลเพียง 2-3 คน ส่วนที่เหลือกลายเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
ความเปลี่ยนแปลงอาจทำให้มีบางอย่างต้องหายไป แต่ขณะเดียวกันความเปลี่ยนแปลงก็พาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาแทนที่
หากลองพิจารณาให้ดี เราก็จะเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน หากแต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในอดีต ทั้งระดับเล็กๆ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงระดับโลก
หลายๆ อย่างที่มีให้เห็นในปัจจุบันก็ล้วนเป็นผลพวงจากความเปลี่ยนแปลงในอดีต
ฉะนั้น ความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องที่เราน่าจะยิ้มรับกับมันมากกว่าที่จะมานั่งตีอกชกหัว เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอาจหมายถึง “โอกาส” ที่จะทำให้เราได้ลองเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยได้รู้มาก่อน ได้ทดลองลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้ตกผลึกความคิดใหม่ที่ไม่เคยได้คิดมาก่อน
นั่นคือสิ่งที่เราควรจะตักตวงจากความเปลี่ยนแปลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
เมื่อความเปลี่ยนแปลงเข้ามาในชีวิต สิ่งที่ต้องทำจึงไม่ได้มีอะไรมากกว่าการมองความเปลี่ยนแปลงนั้นให้เป็นเรื่องสนุก และเรียนรู้กับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะสุดท้ายเมื่อความเปลี่ยนแปลงผ่านพ้นไป สิ่งที่จะเหลืออยู่ในตัวเราก็คือประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในชีวิต







