posttoday
วิเคราะห์เลือกตั้ง 2562 แบบบ้านๆ (1)

วิเคราะห์เลือกตั้ง 2562 แบบบ้านๆ (1)

03 กุมภาพันธ์ 2562

เลือกตั้ง 2562 ไม่น่าตื่นเต้นแต่น่าสนใจ

โดย ทวี สุรฤทธิกุล 

เลือกตั้ง 2562 ไม่น่าตื่นเต้นแต่น่าสนใจ “ไม่น่าตื่นเต้น” เพราะว่าหลังเลือกตั้งหน้าตาของผู้ปกครองคงจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมาก นายกรัฐมนตรีคงจะได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลก็คงเป็นนักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่สนับสนุนนายทหาร ท่านนี้ ส่วนรัฐสภาก็จะครองเสียงข้างมากด้วยการควบคุมของสมาชิกวุฒิสภาที่ทหารแต่งตั้งและการบริหารบ้านเมืองก็ต้องเดินไปตามรัฐธรรมนูญที่ร่างเพื่อให้ผู้ปกครองคณะเดิมนี้ “ควบคุมและจัดการ”

แต่ที่ไม่น่าตื่นเต้นที่สุด (บางทีอาจถึงขั้น“น่าเบื่อ”) ก็คือ “กระบวนการเลือกตั้ง” ที่เต็มไปด้วยกติกาหยุมหยิมน่ารำคาญ ความไม่ทันเกมของ กกต. และภาระต่างๆ ของพรรคการเมืองกับผู้สมัคร รวมถึง “ความพิศวงงงงวย” ของอาณาประชาราษฎร์ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในรูปแบบใหม่ของการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่คงจะต้อง “ทนๆ กันไป”

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ก็มี “ความน่าสนใจ” เพราะอาจจะมีอะไร “เซอร์ไพรส์” ได้มากมาย เป็นต้นว่า การโกงเลือกตั้งรูปแบบใหม่ๆวิธีการหาเสียงที่สุดประหลาดพิสดาร ผลการเลือกตั้งที่ออกมาแปลกๆ รัฐบาลที่เป็นเสียงข้างน้อยหรือนายกรัฐมนตรีที่ต้องประกาศว่า “อดทนเพื่อชาติ” หรืออาจจะไม่ทนและลาออกไปในคำพูดว่า “ลุงไม่ทนแล้ว”

รวมถึงผลพวงอันยิ่งใหญ่ที่จะตามมา ที่หวังกันว่าคณะรัฐประหารชุดนี้จะมา “ปฏิรูปการเมือง” ซึ่งหลายๆ คนคงจะตั้งตาคอยดูว่า “ประชาธิปไตยของทหาร” จะทำให้เกิดอะไรใหม่ๆ ได้จริงหรือไม่ หรือจะยังวนเวียนอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เต็มไปด้วย “วงจรอุบาทว์” ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงมาสู่ความสงสัยอันควรวิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง

“วิเคราะห์แบบบ้านๆ” คือวิเคราะห์ “ตามข่าว-ตามกระแส” เป็นหลัก ผู้เขียนจะพยายามไม่อ้างอิงหลักวิชาการใดๆ นอกจาก “ความรู้สึกนึกคิดของผู้คน” ที่ปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆ และที่เป็นการพูดคุยกันของบุคคลต่างๆ ทั้งในทางลับและทางแจ้งที่ผู้เขียนได้ยินมา รวมถึง “ความเชื่อความคิดของตนเอง” ที่ผู้เขียนจะใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์ครั้งนี้

ขณะที่เขียนบทความนี้ก็มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ถ้าจะ” เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะไม่ขอเป็น “นายกฯ คนนอก” นั่นก็หมายความว่าจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเสนอชื่อของพรรคการเมือง ซึ่งสื่อต่างๆ มั่นหมายว่าคงจะเสนอชื่อในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความคิดของผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่คิดว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เลือกแนวทางนี้ ก็คงไม่แค่การให้พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้เสนอชื่อเพียงพรรคเดียว เพราะยังมีพรรคการเมืองอื่นอีกหลายพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ดังนั้นการเสนอชื่อจากพรรคอื่นๆ เหล่านั้นก็ยังสามารถกระทำได้ พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะขอให้พรรคอื่นๆ ร่วมเสนอชื่อด้วย เหตุผลก็คือ พล.อ.ประยุทธ์จะได้มีความ “ป๊อปปูลาร์” คือเป็นคนที่มีผู้นิยมอย่างกว้างขวาง

จากการที่มีพรรคการเมืองหลายๆ พรรคร่วมกันเสนอชื่อดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการ “ผูกมิตร” หรือรักษาสัมพันธภาพอันดีกับพรรคการเมืองต่างๆ ที่สนับสนุนตัว พล.อ.ประยุทธ์ เอง รวมถึงผลที่จะตามมาภายหลังการเลือกตั้ง ที่จะได้รวบรวมพรรคเหล่านั้นให้มาโหวตลงคะแนนให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างมั่นคง ตลอดจนแสดงความเป็น “สุภาพบุรุษชายชาติทหาร” ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่เอาเปรียบพรรคการเมืองฝ่ายเดียวกัน ที่ให้เครดิตแต่พรรคพลังประชารัฐ ให้เอาชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ไปหาเสียงได้เพียงพรรคเดียว

กระนั้นก็ยังมีข่าวว่า พรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ บางพรรค อาจจะไม่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นว่าที่นายกฯ เหตุผลก็คือความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังแกว่งไกวไม่แน่นอน เป็นไปได้ว่าถ้าเสนอชื่อไปแล้วอาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี คือแทนที่จะได้คะแนนเสียงมาก ก็อาจจะมีคะแนนลดลง

ดังนั้น จึงขอ “อยู่กลางๆ” แทงกั๊กเอาไว้ก่อน เผื่ออีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ มาชวนร่วมรัฐบาล ก็จะได้ไม่ขวยเขินและสามารถเข้าไปร่วมได้ หรือถ้าพรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์มาชวนเข้าร่วมก็จะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจมากนัก รวมถึงสามารถที่จะต่อรองเอาตำแหน่งหรือผลประโยชน์ต่างๆ ได้ดีกว่าที่จะตัดสินใจที่จะเข้าด้วยทั้งสองฝ่ายนั้นแต่แรก เพราะจะสามารถ “ทวงบุญคุณ” ได้อย่างเต็มที่

ส่วนตัวของผู้เขียนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ตกลงใจให้พรรคการเมืองใดเสนอชื่อ เพราะจากการที่พรรคพลังประชารัฐได้แต่ออกข่าวหลังการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จริง แต่ต้องขอไป “ทาบทาม” ท่านเสียก่อน ผู้เขียนใช้สมองเดาเอาแบบบ้านๆ ได้เลยว่า พรรคพลังประชารัฐ “โกหก” เพราะเรื่องการเสนอชื่อนายกฯ นี้เป็นที่รู้กันแล้วตั้งแต่ที่มีการร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ ว่าจะวางตัวให้ใครเป็นนายกฯ เพราะฉะนั้นตัวคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเอง (คือ พล.อ.ประยุทธ์) ก็น่าจะคิดตกลงใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว

อีกอย่างหนึ่งนั้นรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ช่างเขียนเรื่องการได้มาซึ่งนายกฯ ไว้อย่างซับซ้อน ให้มีหลายๆ หนทางที่จะให้ “บุคคลที่รู้ๆ กันอยู่” เป็นนายกฯ ได้ในที่สุด ก็ย่อมพอจะเชื่อได้ว่า “เขา” (คือผู้ที่อยากสืบทอดอำนาจ) ได้ “ปูทาง” ไว้อย่างหลากหลายให้แก่ “บุคคลนั้นๆ” แล้ว และยิ่งพรรคพลังประชารัฐเพิ่งมาบอกว่ายังไม่ได้ทาบทาม และ พล.อ.ประยุทธ์ เองก็ทำ “เล่นตัว” ขอเวลาคิด จึงดูไม่เป็นเหตุเป็นผล และจับได้ว่า “พูดไม่จริง”

แปลความตามข่าวสารทั้งหมดนี้ได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงอยากเป็น “นายกฯ คนกลาง” มากกว่า คือกลางด้วยกระบวนการเสนอชื่อที่ต้องเสนอด้วยพรรคการเมืองจำนวนมาก หรือไม่ต้องมีใครเสนอชื่อ แต่รอไปเป็น “นายกฯ คนนอก” (ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เผลอพูดผิดไป) ก็จะสวยงามยิ่งกว่าด้วยประการทั้งปวง

เชื่อว่า “ลุงตู่” จะรักประเทศไทยมากกว่าพรรคการเมือง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท