
ซีเอ็มซีแตกเซ็กเมนต์
ซีเอ็มซี เชื่อคอนโดยังโตดี เปิดเกมบุกอสังหาฯ
ซีเอ็มซี เชื่อคอนโดยังโตดี เปิดเกมบุกอสังหาฯ เพื่อขาย พร้อมลุยประมูลงานก่อสร้างภาครัฐขยายพอร์ต หวังรายได้ปีนี้ 3,000 ล้าน
นพ.วิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร หรือซีเอ็มซี เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหา ริมทรัพย์ปีนี้ แม้จะมีปัจจัยลบแต่ก็มีโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่มองว่าคอนโดมิเนียมยังมีการเติบโตได้ดีและความต้องการหรือดีมานด์ในกรุงเทพฯยังมีสูง เพราะราคาที่ดินที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถหาที่ดินพัฒนาได้ง่าย ส่วนตลาดแนวราบจะขยายตัวดีในพื้นที่ของต่างจังหวัด
สำหรับแผนงานของบริษัทในปี 2562 มีแผนเปิดโปรเจกต์ใหม่ 9-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 9,000-1 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกของปีนี้มีแผนเตรียมเปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวมมากกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นคอนโดภายใต้ 3 แบรนด์ใหม่ คือ คิวเว่ (CUVEE) ระดับราคาขาย 1.2 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) แบรนด์เคลฟ (CLEV) ระดับราคา 8-9 หมื่นบาท/ตร.ม. และแบรนด์ไซบิค (CYBIQ) ระดับราคา 7-8 หมื่นบาท/ตร.ม. หรือราคาขายเริ่ม 2 ล้านต้นๆ
ขณะเดียวกัน พร้อมชูกลยุทธ์แคมปัสคอนโดเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ โดยที่ผ่านมากลุ่มเรียลดีมานด์มีการซื้อในสัดส่วน 90% รวมทั้งกลุ่มที่ซื้อลงทุนเพื่อปล่อยเช่าให้แก่นักศึกษา คาดว่ามีผลตอบแทนการเช่าและกำไรส่วนต่างรวม 5-8% ต่อปี
ทั้งนี้ ในส่วนของ 5 โครงการ ได้แก่ โครงการเคลฟ วงศ์สว่าง คอนโดไฮไรส์ 615 ยูนิต มูลค่าราว 1,600 ล้านบาทโครงการคิวเว่ ติวานนท์ 422 ยูนิต มูลค่าราว 1,500 ล้านบาท โครงการไซบิค รามคำแหงแคมปัส คอนโดโลว์ไรส์ 126 ยูนิต มูลค่าราว 270 ล้านบาท โครงการไซบิค รัชดา-จันทรเกษมแคมปัส 329ยูนิต มูลค่าราว 600 ล้านบาท และอีกหนึ่งโครงการคือทาวน์โฮม คาซ่า ดีว่า มูลค่าราว 80 ล้านบาท โดยกำหนดเปิดตัวโครงการแบรนด์คิวเว่เดือน มี.ค.นี้ เป็นโครงการแรกของปี
นอกจากนี้ ยังมีแผนรุกธุรกิจให้บริการงานรับเหมาก่อสร้างภายใต้บริษัท ไทยสยามนครพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่เริ่มรับรู้รายได้ปีนี้เป็นปีแรก โดยบริษัทจะเข้าร่วมประมูลงานจากภาครัฐ เช่น กลุ่มโรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น และปีนี้ตั้งเป้ารับงานประมาณ 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีงานในมือแล้ว 200 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการประมูลราว 700-800 ล้านบาท คาดรายได้กลุ่มนี้อยู่ที่ 300 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 10% ของรายได้รวม
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเร่งสร้างแบรนด์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งออกแคมเปญตลาดเพื่อจูงใจและกระตุ้นการขายต่อเนื่องตลอดทั้งปี ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกราว 1,020 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ปีนี้ 550 ล้านบาท อีกทั้งมีสต๊อกพร้อมโอนราว 3,200 ล้านบาท
ด้านแผนซื้อที่ดินเพิ่มปีนี้ บริษัทตั้งงบ 1,000-2,000 ล้านบาท มีแลนด์แบงก์อยู่ 120 ไร่รองรับการพัฒนาได้ 5 ปี ตั้งเป้าพรีเซลปีนี้ที่ 5,000 ล้านบาท คาดรายได้รวม 3,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 50% จากปีก่อน







