
‘ทรัมป์’เล็งถกค้า‘สี’เดือนนี้
“ทรัมป์”แย้มเตรียมพบ“สีจิ้นผิง”เดือนนี้
“ทรัมป์”แย้มเตรียมพบ“สีจิ้นผิง”เดือนนี้ หวังเร่งบรรลุดีลสงบศึกการค้า ด้านจีนยันนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่ม
สหรัฐและจีนเปิดเผยว่า การเจรจาการค้ารอบล่าสุดมีความคืบหน้าอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายกำลังผลักดันการบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้าให้ทันเส้นตายข้อตกลงพักรบชั่วคราววันที่ 1 มี.ค.นี้
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวว่า ต้องการพบปะกับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนอีก “หนึ่งหรือสองครั้ง” ภายในเดือนนี้ เพื่อหาทางสรุปข้อตกลงการค้าในขั้นสุดท้าย พร้อมเสริมว่าอาจเชิญสีจิ้นผิงมายังรีสอร์ทส่วนตัวที่รัฐฟลอริดาอีกเป็นครั้งที่ 2
“จะยังไม่มีการทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายจนกว่าประธานาธิบดี สีจิ้นผิง และผมจะพบปะกันในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อหารือและสรุปประเด็นยุ่งยากต่างๆ” ทรัมป์ ระบุในทวิตเตอร์
ขณะที่วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ทางการจีนเสนอให้จัดการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสีจิ้นผิงครั้งต่อไปที่เกาะไหหลำในเดือน ก.พ. ด้านบลูมเบิร์กเปิดเผยว่า ทรัมป์อาจพบกับสีจิ้นผิงหลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดกับคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือราวปลายเดือนนี้
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เปิดเผยว่าจะส่งคณะผู้แทนสหรัฐ นำโดย สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และโรเบิร์ต ไลต์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เดินทางไปเจรจาการค้าที่จีนรอบถัดไปราวกลางเดือนนี้หลังเทศกาลตรุษจีน
ด้าน หลิวเฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นผู้นำคณะตัวแทนจีนในการเจรจาการค้าล่าสุด เปิดเผยว่า จีนจะนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐเพิ่มอีก 5 ล้านตัน
นอกจากนี้ ซินหัวรายงานว่า จีนเห็นพ้องนำเข้าสินค้าประเภทอื่นๆ จากสหรัฐด้วย ทั้งสินค้าเกษตร พลังงาน สินค้าอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ด้านบริการ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ทั้งจีนและสหรัฐยังตกลงยกระดับความร่วมมือด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายโอนเทคโนโลยีด้วย
ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ระหว่างการเจรจาล่าสุด ทั้งสองฝ่ายหารือกัน 7 ประเด็นหลัก ที่รวมถึงเรื่องการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยีและการขจัดภาษี และอุปสรรคทางการค้า เพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าและบริการจากสหรัฐไปยังจีน
ทั้งนี้ ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเกิดขึ้นขณะที่เศรษฐกิจจีนกำลังโตชะลอลง โดยล่าสุดดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งจัดทำโดยไคซิน/มาร์กิต ร่วงลงไปอยู่ที่ 48.3 ในเดือน ม.ค. ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งปรับลงต่อเนื่องจากเดือน ธ.ค. ที่ 49.7 และร่วงหลุดระดับ 50 เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน







