กสิกรไทยลุยงาน M&A
“พงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์
โดย บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“พงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย (KS) เขาคือคนที่รับหน้าที่เป็นหัวเรือแทน หลังจากที่ แมนพงศ์ เสนาณรงค์ ย้ายมาเป็นรองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
8 ปีที่อยู่บ้านหลังนี้ได้เข้ามาทำงานตั้งแต่ช่วงที่หุ้นเสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ยังเงียบ จนค่อยๆ มีทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ เข้ามาต่อเนื่องอย่างเฟื่องฟู เขาบอกว่า เพราะเป็นทั้งช่วงที่ตลาดและเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ภาวะตลาดหุ้นก็ดี และเป็นจังหวะที่ลูกค้าก็ต้องการขยายกำลังการผลิตและมีการลงทุนเพิ่ม ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงนั้นทำให้เกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมา ทยอยเติบโต จนมาเบ่งบานในยุคปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน บริษัทยึดหลักเลือกบริษัทที่มีหนทางการเติบโตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขนาด เล็ก กลาง หรือขนาดใหญ่ ถ้ามีพื้นฐานแข็งแกร่ง แม้ภาวะเศรษฐกิจจะผันผวน แต่ผลประกอบการของลูกค้าไม่ได้ผันแปรตามภาวะ และเมื่อเข้าตลาดหุ้นก็มักได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน และพอทุกอย่างดีก็เกิดการบอกต่อและก็ทำให้บริษัทได้ลูกค้าเพิ่ม
“งานไอพีโอไม่แค่ระดมทุนแล้วจบ แต่เราต้องทำให้บริษัทเข้าไปเทรดแล้ว นักลงทุนต้องชอบ สามารถถือยาวได้ ก็ต้องช่วยเขาคิดเรื่องราวหรือจุดแข็ง (Equity Story) ซึ่งต้องมาจากการถามคำถามกับลูกค้าให้ลึกและมากที่สุด เพื่อจะไปสื่อสารและส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้มากที่สุด เหมือนพูดไปแล้วหลังเข้าตลาดหุ้นแล้วก็เป็นไปอย่างที่พูดทุกอย่าง”
ทั้งนี้ ปัจจุบันดีลไอพีโอของกสิกรไทยอยู่ในระดับที่ดีมาต่อเนื่อง เว้นไปเมื่อปีที่ผ่านมาที่ยื่นนำเสนอข้อมูล (ไฟลิ่ง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทั้งหมด 4 แห่งเหมือนทุกปี แต่มีเพียงบริษัทเดียวที่เข้า SET คือ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) ทำให้มูลค่าการระดมทุนอยู่ที่ 1,983 ล้านบาท ขณะที่ บริษัทบีบีจีไอ (BBGI) กับ บริษัท ดูโฮม (DO) ได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ด้วยภาวะตลาดจึงขอรอดูสถานการณ์ก่อน อีกทั้งเป็นการร่วมกันทำงานกับ บล.อื่นด้วย ทำให้ต้องพิจารณาด้วยกัน ส่วน บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป (ZEN) ได้เริ่มนับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้า SET ได้ภายในไตรมาสแรกนี้
ปีนี้ก็จะยื่นอีกทั้งประมาณ 4 แห่ง เช่น กลุ่มเฮลท์แคร์ การเงิน สินค้าที่มีแบรนด์ แต่มูลค่าการระดมทุนน่าจะกลับมาเท่ากับระดับเดิมที่เคยทำไว้เมื่อปี 2560 ที่ 1.58 หมื่นล้านบาทได้ ซึ่งเป้าหมายไอพีโอแต่ละปีคือ พยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้ได้ระดับ 3 อันดับแรก แต่ของบริษัทปกติจะไม่นับรวมมูลค่าการระดมทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) เพราะเป็นส่วนงานที่ขึ้นตรงกับธนาคาร
ตอนนี้ถือว่าไอพีโอมีความแข็งแกร่งในมือทั้งหมด 15 ดีล รองรับได้อีก 3-4 ปี แต่ปกติวาณิชธนกิจมีด้านการควบรวมกิจการหรือซื้อกิจการ (M&A) ดังนั้นคือส่วนงานที่ต้องการขยายมากขึ้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายว่า ในระยะ5 ปี (2562-2566) จะมีสัดส่วนรายได้ M&A เพิ่มเป็น 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ขณะที่งานไอพีโอมูลค่าและจำนวนงานยังมีเพิ่มขึ้นทุกปี แต่พยายามให้สัดส่วนรายได้อยู่ที่ 60% จากปัจจุบันอยู่ที่ 80%
บทพิสูจน์อันใกล้คือ การนำ ZEN เข้า SET ในไตรมาสนี้ หลังจากผู้ลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นกับหุ้นไอพีโอ แต่ความที่ ZEN เป็นแบรนด์สินค้าที่มีความแข็งแกร่งผลประกอบการเติบโตดี และบริษัทก็พร้อมที่จะใช้วิธีสื่อสารกับผู้ลงทุนที่มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในการลงทุน อธิบายในเชิงลึกและรายละเอียดให้นักลงทุน รวมถึงต้องมีกำหนดสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบันด้วย น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้หุ้นไอพีโอกลับมาเป็นที่รักของนักลงทุน


