posttoday
เตือนอาเซียน รับมือความเสี่ยงปี’62

เตือนอาเซียน รับมือความเสี่ยงปี’62

02 กุมภาพันธ์ 2562

ธนาคารเอชเอสบีซีมองว่าปัจจัยท้าทายด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ฉุดรั้งการเติบโต

ธนาคารเอชเอสบีซีมองว่าปัจจัยท้าทายด้านเศรษฐกิจมหภาคที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจโลกจะเป็นแรงขับให้อาเซียนจำเป็นต้องผลักดันวาระการปฏิรูปอย่างจริงจังมากขึ้นในปี 2562

เคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์โลกในปีนี้มีหลายปัจจัยเสี่ยง อาทิ ตลาดวิพากษ์วิจารณ์การที่ธนาคารกลางสหรัฐกลับมาใช้นโยบายการเงินตึงตัว การมีข้อตกลงจากการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit Deal) หรือการถอนตัวโดยไร้ข้อตกลง (No Deal) การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจากความไม่แน่นอนทางด้านภาษีการค้า และราคาน้ำมันที่เคลื่อนไหวไม่ผันแปรตามปัจจัยแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซา อาเซียนยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เปิดกว้างและมีศักยภาพเชิงบวกที่สุดในโลก และในปี 2562 นี้อาเซียนมีโอกาสจะสร้างจุดเด่นให้ตนเองมากขึ้นด้วยการผลักดันการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องและแสวงหาการเปิดกว้างที่เพิ่มขึ้น

ธนาคารเอชเอสบีซีมองว่าเรื่องที่อาเซียนควรจะให้ความสำคัญในปี 2562 มีดังนี้

เตือนอาเซียน รับมือความเสี่ยงปี’62

1.เพิ่มการค้าภายในภูมิภาคเพื่อชดเชยการชะลอตัวของการค้าโลก

เศรษฐกิจอาเซียนสามารถชดเชยผลกระทบจากการค้าที่ชะลอตัวลงได้บ้าง หากการเปลี่ยนวิถีห่วงโซ่อุปทานจากจีน สหรัฐอเมริกา และเกาหลีไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจริงขึ้นมา แต่การเพิ่มความสะดวกในการไหลเวียนสินค้าและบริการทั่วอาเซียนจะทำให้การเปลี่ยนวิถีห่วงโซ่อุปทานนี้แพร่กระจายเป็นวงกว้างขึ้น เช่น การเตรียมออกโครงการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน (ASEAN-Wide Self-Certification Scheme) ซึ่งได้อนุญาตให้ผู้ส่งออกที่มีสิทธิสามารถรับรองถิ่นกำเนิดของการส่งออกได้ด้วยตนเอง หรือความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window)

“การผลักดันให้นำระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ทำให้ต้นทุนและระยะเวลาดำเนินการด้านศุลกากรเป็นมาตรฐานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายผู้ที่มีทักษะทางวิชาชีพอย่างเสรีทั่วภูมิภาค”

2.ดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาคมากขึ้น

การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคหลังวิกฤตการเงินโลกฟื้นตัวดีขึ้น แต่จำเป็นต้องดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศที่คาดว่าห่วงโซ่อุปทานจะเติบโตในอนาคตให้มากขึ้น เช่น ไทย อินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ แน่นอนว่าแม่แรงสำคัญที่จะดึงดูดการลงทุนเข้าสู่อาเซียนอย่างกว้างขวางขึ้น ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่สมเหตุสมผล สถาบันการเงินที่มีเสถียรภาพ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น อุปสรรคทางภาษีและการนำเข้าสินค้าสำหรับปัจจัยการผลิตที่ลดลง และทักษะฝีมือแรงงานที่เพิ่มขึ้น

ส่วนแนวทางเพิ่มเติมที่จะส่งเสริมแรงดึงดูดการลงทุนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถดำเนินการผ่านความตกลงการค้าเสรี ได้แก่ การเปิดรับสมาชิกใหม่เข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเร็วๆ นี้ การเร่งหาข้อสรุปการเจรจาความตกลงใหม่ อย่างเช่นความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-สหภาพยุโรป รวมถึงการปรับปรุงความตกลงการค้าที่มีอยู่แล้วกับความตกลงการค้าเสรีฮ่องกงและจีน

3.การลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล

การขยายการเชื่อมโยงทางดิจิทัล (Digital Connectivity) และเพิ่มการลงทุนด้านดิจิทัลของอาเซียน เพื่อสนับสนุนฐานลูกค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วของอาเซียนสามารถพลิกเกมและเปลี่ยนอนาคตได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงศักยภาพห่วงโซ่อุปทานของอาเซียนและเพิ่มแรงดึงดูดบริษัทข้ามชาติและองค์กรธุรกิจให้เข้ามาลงทุน

แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนปี 2568 (Master Plan on ASEAN Connectivity 2025) ระบุว่าน่าจะมีการอัดฉีดเงินทุนประมาณ 220-650 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่อาเซียนภายในปี 2573 เพื่อลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่และเศรษฐกิจดิจิทัล

4.ผลักดันสู่อาเซียนที่ยั่งยืน ความท้าทายที่ใหญ่หลวงที่สุดสำหรับอาเซียนมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะของเหตุการณ์ทางธรรมชาติมากกว่าฝีมือมนุษย์ ทั้งยังถูกซ้ำเติมให้เลวร้ายลงจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การพัฒนาสู่ความเป็นเมืองบ่งชี้ว่าภายในปี 2573 ประชากรกว่า 100 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะอพยพเข้ามาอาศัยในเขตเมือง ซึ่งมีความต้องการมหาศาลในทรัพยากรด้านอาหาร สุขอนามัย และโครงสร้างพื้นฐาน

แทน กล่าวว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งแรกระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีภายใต้การนำของไทยในฐานะประธานอาเซียน แน่นอนว่าการบูรณาการอย่างต่อเนื่องของอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญภายใต้สถานการณ์โลกที่ท้าทายของปี 2562 ดังนั้นการบรรลุเป้าหมายการปฏิรูป การบูรณาการ และการเปิดกว้างที่เพิ่มขึ้นในปี 2562 จะช่วยให้อาเซียนสามารถระดมทุนและสร้างเกราะกำบังตนเองจากกระแสโลกที่มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ