posttoday
แปลงร่างรถคันเดิม สู่รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก

แปลงร่างรถคันเดิม สู่รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก

20 มกราคม 2562

ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหน

โดย อาทิตย์ ลมูลปลั่ง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) 

ลองจินตนาการดูว่าจะดีแค่ไหน หากรถคันเดิมที่คุณรักจะอยู่ต่อกับคุณไปได้อีกหลายปีในรูปลักษณ์ที่คุ้นเคย แต่เพิ่มเติมคือฟังก์ชั่นระบบไฟฟ้า แทนน้ำมันที่เคยใช้กันอยู่ในราคาที่ถูกกว่าการเก็บเงินซื้อรถคันใหม่ที่ราคาสูงลิ่ว และรถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยลดมลภาวะปัญหาฝุ่นละอองในสภาพแวดล้อมของเมืองได้อีกด้วย

นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าของไทย มองว่า ในแง่ของการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ประเทศไทยยังมีหนทางไปได้เพราะมีการส่งเสริมให้นักประดิษฐ์ นักวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขึ้นมา เพื่อในอนาคตคาดหวังให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีของตัวเอง ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงด้วย

แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันประเทศไทยไม่สามารถผลิตได้เอง แต่การดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าจากความสามารถของนักวิจัยไทย ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนอย่างหนึ่งที่จะสร้างเทคโนโลยีนี้ขึ้นได้ในอนาคต เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าชิ้นส่วนน้อยกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า

แปลงร่างรถคันเดิม สู่รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก

ฉะนั้น รถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงถือว่าในทุกประเทศที่มีเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า มีจุดเริ่มต้นมาจากการดัดแปลงรถยนต์ด้วยกันทั้งนั้น

ล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. เป็นประธานในการรับมอบรถยนต์ไฟฟ้า กฟผ.-สวทช. (i-EV) โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. เป็นผู้ส่งมอบ ภายใต้ โครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลงและคู่มือการดัดแปลง (EV Kit & Blueprint Project) ระหว่าง กฟผ.และ สวทช. ซึ่งทั้งสองหน่วยงานร่วมกันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงให้สามารถวิ่งได้ระยะทาง 200 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ใช้ต้นทุนดัดแปลง 2 แสนบาท และยังตั้งเป้าว่าในปี 2563 จะจัดทำพิมพ์เขียวต้นแบบและขยายผลเชิงพาณิชย์ในการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

วิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ.เล็งเห็นถึงความสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเข้ามามีบทบาทในอนาคต อีกทั้งรถที่ผ่านการใช้งานมานานแล้วอาจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กฟผ.จึงมุ่งมั่นผลักดันโครงการวิจัยรถไฟฟ้าดัดแปลงให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยสามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าใช้เองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีศักยภาพของประเทศสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคในอนาคต สำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า กฟผ.-สวทช. (i-EV) ที่ กฟผ.รับมอบเป็นรถยนต์ยี่ห้อ Nissan Almera ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบคันที่ 1 ในโครงการวิจัยรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ระยะที่ 2 จากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าฯทั้งหมด 4 คัน หลังประสบผลสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ Honda Jazz เป็นรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงต้นแบบรุ่นแรก จากโครงการวิจัยยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 และสามารถนำมาใช้งานได้จริงเมื่อปีที่ผ่านมา

แปลงร่างรถคันเดิม สู่รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก

“โครงการวิจัยนี้มุ่งพัฒนาดัดแปลงรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานมานานแล้ว ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้ชุดอุปกรณ์ดัดแปลง (EV Kit) ซึ่งถูกพัฒนาต้นแบบและกำหนดค่าอัตโนมัติต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และมีต้นทุนดัดแปลงถูกลงไม่เกินคันละ 2 แสนบาท ไม่รวมแบตเตอรี่ ซึ่งถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้านำเข้าที่ปัจจุบันยังมีราคาสูงถึงคันละ 3-4 ล้านบาท” ผู้ว่าการ กฟผ. ระบุ

ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า กฟผ.กับ สวทช.มีความตั้งใจร่วมกันในการส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (Modified EV) สำหรับประเทศไทย ซึ่ง สวทช. โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)ส่งมอบรถยนต์ นิสสัน อัลเมร่า ขนาดเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี ที่พัฒนาและดัดแปลงให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า มีกำลังส่งออกสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 61.86 กิโลวัตต์ ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มประมาณ 12-15 ชั่วโมง ณ เครื่องอัดประจุแบบ Normal Charge อย่างไรก็ตามเมื่อสิ้นสุดโครงการจะสามารถอัดประจุแบบเร็วด้วยไฟฟ้า3 เฟส (Fast Charge) ซึ่งใช้เวลาอัดประจุเพียง2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 160กิโลเมตร/ชั่วโมง วิ่งได้ในระยะทางประมาณ 150-200กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง (ด้วยการวิ่งความเร็วเฉลี่ย 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

แปลงร่างรถคันเดิม สู่รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก

ดร.ณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สวทช.มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างเข้มข้นจนสามารถนำมาใช้งานได้จริงบนท้องถนน นอกจากนี้ สวทช. ยังพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจในการพัฒนารถยนต์ที่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าต่อไป เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศและลดมลภาวะทางอากาศเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“สวทช.มีทีมวิจัยและพัฒนาที่คิดค้นวิจัยและพยายามปรับจากรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมัน มาเป็นรถใช้พลังงานไฟฟ้า โดยส่วนที่ทำมีทั้งหมด 7 ชิ้นส่วนหลัก อาทิ ระบบเกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบที่เกี่ยวข้องกับระบบปรับอากาศ รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวแปลงไฟดีซี หรือดีซี คอนเวอร์เตอร์ ซึ่งเป็นระบบหลักๆ ที่ สวทช.ปรับปรุงและพัฒนาขึ้นในรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง” ดร.ณรงค์ ระบุ

แปลงร่างรถคันเดิม สู่รถยนต์ไฟฟ้ารักษ์โลก

ผู้อำนวยการ สวทช. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้หากเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน จะพบว่ารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงจะใช้พลังงานถูกกว่าถึง 40 สตางค์ ซึ่งในอนาคตรถที่ใช้น้ำมันอาจจะเปลี่ยนผัน (Convert) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยตรงในการเปลี่ยนรถ อย่างไรก็ตามข้อสำคัญของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า กฟผ.-สวทช. (i-EV) คือ ประเทศไทยได้องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการไทยต่อไปข้างหน้า โดยในปี 2563 กฟผ.ตั้งเป้าการพัฒนาให้เกิดศูนย์บริการดัดแปลงรถไฟฟ้าและถ่ายทอดเทคโนโลยี พร้อมพิมพ์เขียวให้กับบริษัทรถยนต์และอู่ติดตั้ง เพื่อนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ให้มีระดับราคาที่ประชาชนเป็นเจ้าของได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ