posttoday
ขวัญผวากับ ‘โตแกบิ’ (Moonlight Tour 2)

ขวัญผวากับ ‘โตแกบิ’ (Moonlight Tour 2)

20 มกราคม 2562

วี๊ดดดดด...เสียงกรีดร้องเบาๆ ของใครบางคนในกลุ่มเราดังทำลายความวังเวงโดยฉับพลัน

โดย โดย ดร. เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected] 

วี๊ดดดดด...เสียงกรีดร้องเบาๆ ของใครบางคนในกลุ่มเราดังทำลายความวังเวงโดยฉับพลัน แมวดำตัวหนึ่งกระโดดผ่านหน้าไป แล้วมันก็หันมาดูพวกเราคล้ายจะข่มขวัญในที เพียงแค่อึดใจเดียวมันก็เผ่นหายไปในความมืด ของแนวพระราชฐานของพระราชวังชางคยอง ที่เราเพิ่งจะเริ่มโปรแกรมทัวร์แสงจันทร์กันอยู่นี่ ...เรามองหน้ากันไปมาเหมือนจะคิดตรงกัน “แมวใคร หนาวขนาดนี้มาได้ยังไง ประเทศนี้หาแมวข้างถนนไม่ได้ง่ายๆ จัดฉากแอบถ่ายวิดีโอตลกรึ ??? ...ทำไมต้องมากระโดดตัดหน้าบนสะพานด้วย”

...คำถามผุดขึ้นมากมาย ที่จริงหลายคนคงอยากจะร้องวี๊ดดังๆ ด้วย แต่อาจจะตกใจจนร้องไม่ออกมากกว่า ทันใดนั้นเอง “เชกา” ก็นึกถึงเรื่องเล่าของทีมงานเกาหลีผู้เป็นเจ้าภาพ ว่า ใต้สะพาน “อ๊กชอนเกียว” ที่เรายืนอยู่นี้ มี “โตแกบิ” อาศัยอยู่ ...รึว่าเราจะโดน “โตแกบิ” แกล้งซะแล้ว ...บรื๊ยยย...

“โตแกบิ - 도깨비” เป็นภูติในนิทานพื้นบ้านของเกาหลี ซึ่งสืบทอดเรื่องราวมาตั้งแต่สมัยสามก๊กเกาหลี ที่คาบสมุทรปกครองโดยราชอาณาจักร โคกุเรียว, แพ็กเจ และชิลลา ซึ่งอยู่ในช่วง 57 ปี ก่อนคริสตกาล จนถึงปี ค.ศ. 668 ... เรื่องราวเกี่ยวกับ “โตแกบิ” ปรากฏเป็นครั้งแรกในบันทึก “ประวัติศาสตร์สามก๊ก” หรือ “ซัมกุกยูซา” ในนิทานพื้นบ้านที่เกิดในยุคนั้นชื่อว่า “สาว โด-ฮวากับหนุ่มบิ-ฮยอง - 도화녀 비형랑” และเชื่อต่อๆ กันมาว่า ภูติโตแกบิ นั้น มีพลังเหนือธรรมชาติ ให้คุณแก่มนุษย์แต่ก็ชอบกลั่นแกล้งมนุษย์เล่นเช่นกัน เมื่อเทียบกับภูติฝรั่ง จะใช้คำแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Goblin-ก๊อบลิน” แต่คนเกาหลีก็ยังท้วงว่า “โตแกบิ” ของเขา มิใช่ “ก๊อบลิน” เพราะ ก๊อบลิน นั้นมินิสัยเลวร้ายเป็นพื้นเพ แต่ “โตแกบิ” ของเขานั้นจะพึงพอใจในการช่วยเหลือมนุษย์มากกว่า นิสัยดีกว่านั่นแหละ (ส่วนที่แกล้งส่งแมวดำมานั้น น่าจะแค่หยอกล้อเล่นเท่านั้น !)

ขวัญผวากับ ‘โตแกบิ’ (Moonlight Tour 2)

หลายๆ คนยังสงสัยว่า “โตแกบิ” เป็นผีหรือเปล่า เพราะไปดูละครซีรี่ส์ชื่อว่า “ก๊อบลิน” ที่ดังระเบิดมาพักหนึ่งแล้วคงจะสับสน ...ตามเนื้อเรื่องนั้น “กงยู” เป็นแม่ทัพสมัยโคเรียวผู้ถูกฆ่า “แต่ตายก็ไม่ตาย เป็นก็ไม่เป็น” กลายเป็นภูติ “โตแกบิ” ที่มีชีวิตนิรันดร์จนกว่าจะมีเจ้าสาวที่เป็นมนุษย์มาถอนคำสาปให้ ซึ่งเป็นที่มาที่ผิดเพี้ยนไปจาก“โตแกบิ” ดั้งเดิม จึงต้องว่ากันด้วยกำเนิดของ“ผีกับโตแกบิ” ซะก่อน

กำเนิดของผีวิญญาณเร่ร่อนในมิติที่สามก่อนที่จะไปเกิดนั้น ก็คือวิญญาณของมนุษย์ที่เสียชีวิตไป แต่ “โตแกบิ” นั้นที่จริง ไม่เคยมีประวัติเป็นมนุษย์มาก่อน ตามตำราโบราณ “โตแกบิ” เกิดจากสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน เช่น ตู้ เตียง หม้อ ไห ไม้กวาด ที่อยู่มานาน พอโดนสิ่งผิดธรรมชาติ เช่น โดนเลือดมนุษย์หยดใส่จึงเกิดมีชีวิตขึ้นมาได้... แต่หากจะเขียนพล็อตให้ พระเอกขวัญใจสาวค่อนโลกอย่าง “กงยู” เกิดจากไม้กวาดที่โดนเลือดของแม่ทัพสาดใส่ ก็คงจะกระไรอยู่ ในละครจึงต้องให้เป็น “โตแกบิ” ที่เป็นแม่ทัพ (หล่อ) ผู้ต้องคำสาปนั่นเอง

ทว่า รูปร่างหน้าตาของ “โตแกบิ” ตัวจริงก็มิได้หล่อเหลาเช่น “กงยู” แต่กลับหน้าเกลียด ตากลวงมีเขี้ยวดูคล้ายยักษ์วัดแจ้งของบ้านเรา และถือกระบองวิเศษเหมือนกันด้วย... ทว่า “โตแกบิ” กับ ยักษ์เฝ้าวัดก็มิได้เหมือนกันทั้งหมด ตามตำนานโบราณเล่าว่า “โตแกบิ” มีขาเดียวแต่กลับชอบเล่นมวยปล้ำ “ซีรึม” เวลากลางคืนหากใครโชคดีเจอมัน จะต้องถูกท้าเล่นมวยปล้ำ มีมนุษย์หลายคนชนะมันมาแล้วเพราะโจมตีที่ขาค่ะ ของวิเศษของมันอีกอย่าง คือ หมวก “คัมทู” ซึ่งเมื่อใส่แล้วคนจะมองไม่เห็น มนุษย์เกาหลีจึงขโมยของวิเศษของ “โตแกบิ” ไปใช้อยู่บ่อยๆ

ขวัญผวากับ ‘โตแกบิ’ (Moonlight Tour 2)

“โตแกบิ” นั้นแยกไว้หลายประเภท เช่น โตแกบิขี้เล่น โตแกบิลูกเขยนายคิม (อ่านไม่ผิดค่ะ คือ “ลูกเชยแซ่คิม หรือ คิมซอบัง” ซึ่งเป็นชื่อเรียก โตแกบิที่ค่อนข้างโง่ หัวทึบ) โตแกบิกลางวัน (แต่คนมองไม่เห็นเพราะใส่หมวกคัมทูไว้) โตแกบิหนุ่มโสด... “โตแกบิกับผี” ต่างกันอีกอย่างคือ เมื่อวิญญาณผีเร่ร่อนนั้น ได้ทำสิ่งที่คาใจก่อนตายสำเร็จ ไม่เหลือความอาลัยอาวรณ์แล้ว ก็จะไปเกิดใหม่...แต่ โตแกบิ ไม่มีวิญญาณจึงไม่สามารถไปเกิดใหม่ มีชีวิตนิรันดร์ หากแต่จะสูญสลายไปเมื่อถูกทำลาย

“โตแกบิ” มีชีวิตและอาศัยอยู่ในจินตนาการของชาวเกาหลีมากว่า 2,000 ปี ดังนั้น ในงานช่างฝีมือตามโบราณสถานจึงปรากฏรูปหน้าหรือตัวโตแกบิ เช่น บนกระเบื้องเชิงชายหลังคาพระราชวัง หรือบ้านผู้มีอันจะกิน เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองบ้านเรือนมิให้สิ่งอัปมงคลและวิญญาณเร่ร่อนแอบเข้ามาในบ้านได้...ทั้งนี้ สะพานโบราณ “อ๊กชอนเกียว” ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1483 ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติหมายเลขที่ 386 ที่พวกเรากำลังยืนขาสั่นอยู่บนหัวสะพานยังไปไม่ถึงไหน ก็มี “โตแกบิ” แกะสลักไว้ข้างใต้สะพานด้วย

“โตแกบิ” ตัวนี้อายุ 536 ปี มีหน้าที่คอยปกป้อง “พระราชวังชาง-คยอง” จากผีพรายและสิ่งอัปมงคลที่มาทางน้ำ มิให้ขึ้นไปบนพระราชวังได้ ทั้งนี้เพราะพระราชวังในสมัยโชซอนทุกพระราชฐานจะถูกออกแบบให้มีคลองจากเบื้องนอกไหลผ่าน จึงอาจมีวิญญาณของคนที่ตกน้ำตายไหลเข้ามาได้ โดยเฉพาะคลองที่ไหลผ่านเข้ามาในพระราชฐานแห่งนี้ ต้นน้ำมาจากภูเขาภายนอก ผ่านหมู่บ้านต่างๆ มาระยะทางไกล ช่างแกะสลักจึงได้รับบัญชาให้แกะสลักหน้า “โตแกบิ” ที่น่ากลัวและทรงพลังที่สุดไว้นั่นเอง...

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท