
พระเมตไตรยมุกดา
ผมเคยเห็นพระโพธิสัตว์องค์นี้แต่ในรูป มาเห็นของจริงสวยกว่าหลายเท่า
ผมเคยเห็นพระโพธิสัตว์องค์นี้แต่ในรูป มาเห็นของจริงสวยกว่าหลายเท่า องค์นี้เป็นพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรย ทำขึ้นในรัชสมัยเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง อยู่ที่พิพิธภัณฑ์วังกู้กง องค์พระเป็นรูปทองงามอิ่มเอิบ ประดับด้วยไข่มุก 182 เม็ด เรียกว่า ตงจู (มุกตะวันออก) คือ มุกน้ำจืดจากแม่น้ำซ่งหัว ถิ่นกำเนิดของชาวแมนจู จึงสงวนใช้เฉพาะเชื้อพระวงศ์แมนจูเท่านั้น
ดอกไม้ข้างๆ องค์ ภาษาจีนเรียกว่า ต้นดอกมังกร/ดอกนาค(หลงหัวซู่) ตรงกับภาษาบาลีว่า นาครุกฺข หรือต้นนาค ภาษาไทยเรียกว่าต้นกากะทิง เวลาดอกกากะทิงยังตูมจะมีสีขาวผุดผาดเหมือนไข่มุก พอบานแล้วเกสรสีเหลืองทอง กลีบขาว ช่างคล้ายสีสันของโพธิสัตว์รูปนี้ ในคัมภีร์อนาคตวงศ์ (ว่าด้วยพระพุทธเจ้าในอนาคต) กล่าวว่า ในภายภาคหน้าพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรยจะตรัสรู้ภายใต้ควงไม้ต้นกากะทิง
ในไมเตรยวยากรณ์สูตร กล่าวว่า เรียกว่าต้นมังกร (龍華樹)เพราะกิ่งก้านคล้ายมังกรมหาสมบัติคายบุปผามหาสมบัติสีขาวในอรรถกถามหาไวโรจนตันตระเรียกดอกนี้ว่า “ปุสปะนาค” ภาษาจีนออกเสียงว่า เปินนาเกีย (奔那伽) ฟังคล้ายๆ กับดอกบุนนาคของไทย ซึ่งดอกบุนนาคนั้นก็คล้ายดอกกากะทิงอยู่
ส่วนพุทธทำนายเรื่องพระเมตไตรยในพระสูตรมหายาน มีพระสูตรฝ่ายมหายานว่าด้วยการบรรลุโพธิญาณของพระศรีอาริยเมตไตรย (佛說彌勒大成佛經) แปลเป็นภาษาจีนโดยพระกุมารชีวะ เนื้อความกล่าวถึงคราวที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงแสดงต่อพระสารีบุตรว่าพระศรีอาริยเมตไตรยจะบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณประการใด ความตอนหนึ่งว่าด้วยการตรัสรู้และพระคาถาหลังตรัสรู้ มีดังนี้
“...พระเมตไตรย พร้อมด้วยพราหมณ์ 84,000 จะดำเนินไปยังโพธิมัณฑ์ เพื่อเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ แสวงหามรรคผล ในยามเช้าตรู่ จะทรงตัดพระเกศาทิ้ง สละการครองเรือน ในยามสายัณห์ จะทรงกำราบมารทั้ง 4 บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วทรงตรัสดังนี้ว่า
เนิ่นนานแล้วที่เราตรึกถึงความทุกข์ของสรรพสัตว์รอคอยเวลาที่ช่วยเหลือ แต่มิอาจทำได้วันนี้เราได้บรรลุพระโพธิญาณแล้ว
ในพลันนั้น ปราศจากอุปสรรคใดมาขวางกั้นอีก
ซาบซึ้งว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนว่างเปล่า
ภาวะธรรมธรรมดาดั้งเดิมอันแท้จริง
ไร้ซึ่งความปริวิตกและทุกข์ร้อนอีก
ทั้งเมตตาการุณย์ของเราไร้ขอบเขต
เพื่อที่จะช่วยเหลือพวกเจ้าทั้งมวล
ทั้งอาณาจักร ศีรษะ และนัยน์ตา
แขนขาและคู่ครองของเรา
เรายกให้ผู้คนมามากมายเหลือคณานับ
วันนี้คือวันที่เราพ้นจากสังสารวัฏ
และเข้าถึงความดับอย่างยิ่ง คือ พระนิพพาน
เราจะประกาศแก่เจ้าทั้งมวล
และเปิดวิถีสู่มรรคาดื่มด่ำดั่งน้ำอมฤต
ดังนี้ เป็นมรรคผลอันยิ่งใหญ่
จากทาน ศีล และปัญญา
อันเกิดจากการบำเพ็ญบารมีทั้ง 6
และจากมหาเมตตาและการุณย์
พร้อมด้วยกุศลอันปราศจากมลทิน
วิธีดูว่าองค์ไหนเป็นพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรย ให้ดูที่พระเศียรหากที่กระบังเทริดหรือยอดมงกุฎมีเจดีย์ นั่นคือท่าน เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แทนที่สถิตของร่างพระมหากัสสปะ ซึ่งด้วยวิบากกรรมแต่หนหลังของทั้งสองท่าน ร่างสังขารของพระมหากัสสปะจะถูกฌาปนกิจที่ฝ่าพระหัตถ์ของพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรยเมื่อตรัสรู้แล้ว
ส่วนที่เก็บรักษาร่างพระมหากัสสปะนั้นชาวจีนเชื่อว่าอยู่ที่จีจู๋ซาน (เขาตีนไก่) ที่มณฑลยูนนาน







