
ธุรกิจลุยบล็อกเชน
เทคโนโลยีบล็อกเชนเริ่มเข้าสู่ภาคธุรกิจมากขึ้น
เทคโนโลยีบล็อกเชนเริ่มเข้าสู่ภาคธุรกิจมากขึ้น เห็นภาพชัดตลาดทุน กลุ่มอสังหาฯ รอแค่เกณฑ์ไอซีโอพอร์ทัลประกาศ
นายภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการรักษาความปลอดภัยในโลกโซเซียล เปิดเผยว่า ปี 2562 จะเริ่มเห็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในภาคธุรกิจและองค์กรทั่วไปมากขึ้น โดยจะเห็นภาพชัดเจนจากภาคตลาดทุนที่นำมาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์ที่มีการออก บ่อยๆ เช่น หุ้นกู้ระยะกลาง ระยะยาว หรือการออกตั๋วเงินระยะสั้น (บี/อี) เนื่องจากจะสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ลงทุนหรือเจ้าของตัวจริงได้
อย่างไรก็ตาม จะเริ่มเห็นธุรกิจบริษัท หลักทรัพย์ (บล.) มีการปรับใช้ออกหลักทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล Securities Token Offering (STO) แต่จะต้องทำในรูปแบบที่ไม่เกี่ยวกับหุ้น เพราะการออกที่เกี่ยวกับหุ้นจะเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะเกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์กำกับภายใต้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมที่จะเริ่มใช้บล็อกเชนมากขึ้นในปีนี้คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น มีการทำการตลาดร่วมกับลูกบ้านในโครงการหรือคอนโดมิเนียมเพื่อออกโทเคน หรือเห็นการแปลงหนี้เป็นสินทรัพย์ เช่น การวางใบสั่งซื้อสินค้ามาค้ำประกันในโครงการก่อสร้างตามข้อกำหนด โดยจะกำหนดเป็นโทเคน เพื่อบอกว่าสมาชิกจะมาชำระในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเริ่มเห็นฟินเทคพัฒนาในเรื่องนี้แล้ว
นายภูมิ กล่าวอีกว่า ก.ล.ต.ยังไม่ได้อนุมัติระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล(ICO Portal) เพราะยังมีรายละเอียดที่ต้องแก้ไข และต้องดูว่าใครที่จะมาเป็นผู้ลงทุน
ด้าน นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ก.ล.ต.น่าจะประกาศ ICO Portal ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะนี้มีทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สนใจออกโทเคนเพื่อระดมทุน หรือปรับเข้ากับแผนงานกลยุทธ์ของบริษัท
“มีลูกค้าอสังหาริมทรัพย์บางแห่งรอให้ทางการประกาศเกณฑ์ก่อนที่จะออกโทเคน ระดมทุนมาขยายโครงการ ทำให้เชื่อว่าปีนี้การระดมทุนแบบสินทรัพย์ดิจิทัลจะเริ่มคึกคักมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้มีเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นเบื้องหลังขณะที่ภาคการแพทย์กลุ่มโรงพยาบาลก็ใช้บล็อกเชนได้ แต่อาจจะช้ากว่า เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องระบบความเป็นส่วนตัวหรือข้อมูลลูกค้า อีกทั้งโครงสร้างภายในองค์กรหรือระบบภายในของแต่ละโรงพยาบาลเองก็มีความละเอียดและซับซ้อนอยู่แล้ว จึงน่าจะใช้เวลาในการปรับตัว” นายจิรายุส กล่าว
สำหรับอนาคตสินทรัพย์มีค่าอื่นๆ ก็สามารถแปลงค่ามาเป็นในรูปแบบโทเคนหรือดิจิทัลได้หมด ตั้งแต่เครื่องประดับที่มีค่า เพชร ที่ดิน หรือแม้กระทั่งบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มีมูลค่าในตัวเองก็ยังสามารถออกโทเคนเป็นของตัวเองได้เช่นกัน







