
ชูนวัตกรรมบ้านเหล็ก
ไพร์ม สตีล มิลล์ ชูนวัตกรรมบ้านเหล็กเสริมรายได้
ไพร์ม สตีล มิลล์ ชูนวัตกรรมบ้านเหล็กเสริมรายได้ ชี้ตลาดเหล็กปีนี้ผันผวนเหตุน้ำมันลดสินค้าจีนทะลัก ขณะที่การบริโภคเพิ่ม คาดรายได้หมื่นล้าน
นายวินท์ สุธีรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์อีก 2 ราย คือ บริษัท ซิตี้สเคป และบริษัท มั่นคง สตีล จัดตั้งบริษัท บล็อกซ์ ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยไพร์ม สตีล มิลล์ ถือหุ้นสัดส่วน 40% ซิตี้สเคป 35% และมั่นคง สตีล 25%
ทั้งนี้ การจัดตั้งบริษัทดังกล่าว เพื่อดำเนินธุรกิจบ้านสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์บล็อกซ์ ลิฟวิ่ง (BLOX Living) บ้านเหล็กนวัตกรรมใหม่ของเมืองไทยที่ช่วยลดปัญหามลพิษในอากาศจากฝุ่นควันที่เกิดจากการก่อสร้าง โดยปีแรกตั้งยอดขาย 500 ยูนิต หรือราว 100 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตเท่าตัวทั้งยอดขายและรายได้ในปีต่อๆ ไป
นอกจากนี้ การที่บริษัทเป็นผู้ผลิตเหล็กม้วนหน้าแคบที่นำมาแปรรูปเป็นเหล็กรูปพรรณต่างๆ มองว่าตลาดเหล็กมีความผันผวนและประเทศไทยไม่ใช่ต้นน้ำต้องนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ ประกอบการบริษัทมีนโยบายเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์เหล็กเพื่อต่อยอดธุรกิจ จึงรุกตลาดบ้านเหล็กภายใต้แนวคิด People’s Home บ้านดีๆ ที่ทุกคนจับต้องได้ทั้งคุณภาพและราคา ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยใช้วัสดุที่คงทนและเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนอย่างเมืองไทยและก่อสร้างเสร็จภายใน 1 วัน
สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาดนั้น บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในงานสถาปนิก’62 ซึ่งมี 2 รูปแบบ 4 ซีรี่ส์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถลดเพิ่มขนาดความต้องการของพื้นที่อยู่อาศัย โดยขนาดเริ่มต้นที่ 15 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.5 แสนบาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบเพื่อใช้เป็นช่องทางขายผ่านทางออนไลน์ ซึ่งจะเปิดตัวก่อนเดือน เม.ย.นี้ และการขายผ่านเครือข่ายโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ โดยกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ซื้อ เพื่อต่อเติมและเพื่อประกอบธุรกิจ
นายวินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ตลาดเหล็กในปี 2562 คาดว่าด้วยราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งสินค้าจีนทะลักเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ทำให้ตลาดเหล็กมีความผันผวนส่งผลต่อราคาเหล็กปีนี้ปรับตัวลดลง โดยราคาขายขณะนี้อยู่ที่ 20 บาท/กิโลกรัม ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือกับราคาที่สวิงขึ้นลง ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้
ขณะเดียวกันจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้สินค้าราคาถูก โดยปีนี้คาดว่าการบริโภคการใช้เหล็กในประเทศจะเพิ่มขึ้นจากความต้องการทั้งในภาคการก่อสร้างและอสังหาฯ ซึ่งประมาณการปีนี้การบริโภคในตลาดจะสูงราว 17-18 ล้านตัน เติบโตขึ้นจากปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 16-17 ล้านตัน
อย่างไรก็ดี ผลประกอบการในปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนไพร์ม สตีล มิลล์ คาดยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 6 แสนตัน จากปีที่แล้วอยู่ที่ 5 แสนตัน ขณะที่ทั้งกรุ๊ปมียอดขายราว 2 ล้านตัน/ปี







