
การสูญเสียของสยามเมื่อ 154 ปีที่แล้ว
7 ม.ค. 2408 วันสวรรคตสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
โดย สมาน สุดโต
7 ม.ค. 2408 วันสวรรคตสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันที่สยามประเทศสูญเสียพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง ที่ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างและยาวไกล เพราะทรงนำวิทยาการสมัยใหม่มาสู่กิจการทหารและสังคมไทย
ตามประวัตินั้น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี หรือเรียกกันว่า เจ้าฟ้าน้อย พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 2 คู่กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีพระประสูติกาล เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2351 ณ พระราชวังเดิม ทรงใฝ่หาวิชาการสมัยใหม่ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เช่น ทรงศึกษาภาษาอังกฤษจนสามารถสื่อสารได้ดี เมื่อทรงรับผิดชอบทางทหาร ทรงนำเทคนิคและวิชาการทางประเทศตะวันตกมาพัฒนากิจการทั้งด้านการค้า การทหาร และวิชาการ รวมทั้งทรงพระราชนิพนธ์ ตำราปืนใหญ่ (แปลจากภาษาอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2384) ถือว่าเป็นตำราปืนใหญ่เล่มแรกของไทยทีเดียว
หนังสือพระราชประวัติ กล่าวว่า เมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา พ.ศ. 2367 ทรงศึกษาภาษาอังกฤษและวิทยาการสมัยใหม่จากพ่อค้าชาวอังกฤษ และมิชชันนารีชาวอเมริกัน ต่อมาทรงชำนาญวิชาช่างกล ทรงต่อเรือแบบตะวันตก เช่น เมื่อ พ.ศ. 2398 ทรงต่อเรือพุทธสิงหาสน์ (Cruizer) เป็นเรือขนาด 400 ตัน พ.ศ. 2400 ทรงซื้อเรือโครงเหล็กชนิดสกูเนอร์ขนาด 100 ตัน จากอเมริกาแล้วดัดแปลงเป็นเรือพระที่นั่งชื่อ มงคลราชปักษ์ (Falcon) เป็นครั้งแรกที่ไทยมีเรือโครงเหล็ก พ.ศ. 2401 ทรงสร้างเรืออาสาวดีรส (Shery Wine) เป็นเรือรบกลไฟของวังหน้า ระวางขับน้ำ 150 ตัน กำลังเครื่องจักร 40 แรงม้า มีปืนใหญ่ 6 กระบอก ทรงสร้างเรือยงยศอโยชฌิยา (Impregnable) ระวางขับน้ำ 300 ตัน กำลัง 60 แรงม้า มีปืนใหญ่ 6 กระบอก เมื่อ พ.ศ. 2406 และในปี 2409 ทรงนำเรือลำนี้ไปอวดธงที่น่านน้ำประเทศสิงคโปร์ จึงนานาชาติว่าชื่นชมพระปรีชาสามารถ
สาเหตุที่ทรงสนพระทัยการทหารตะวันตก ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในสยามและเพื่อนบ้านนั้น สุจิตรา สันธนาภรณ์ รวบรวมงานนักวิเคราะห์มาพิมพ์ในหนังสือพระบวรราชานุสรณ์7 ม.ค. 2562
มีใจความสรุปว่า สืบเนื่องได้รับมอบหมายให้ทรงบัญชาการทางทหารตั้งแต่เป็นพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ทรงใฝ่หาความรู้เสมอ เมื่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคเปลี่ยนไป คืออังกฤษเอาชนะพม่าและจีนใน พ.ศ. 2368 และ พ.ศ. 2383 ทำให้ผู้นำสยามตระหนักถึงภัยจากตะวันตก เพราะทั้งพม่าและจีนเคยมีอำนาจแต่กลับแพ้อังกฤษ จึงตื่นตัวหาความรู้อย่างฝรั่ง เผื่อว่าจะต้องเกี่ยวข้องในโอกาสข้างหน้า แต่พระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ไม่ทรงวิตกเพราะทรงใฝ่หาไว้นานแล้ว ดังนั้นเมื่อทรงได้รับมอบหมายให้บัญชาการทางทหาร จึงนำวิทยาการทางด้านตะวันตกมาประยุกต์ใช้ได้เลย
ผลงานนี้เห็นได้จากห้องนิทรรศการ ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ มีทั้งการจำลองเรือกลไฟที่ทรงสร้าง เครื่องมือช่าง อุปกรณ์และส่วนประกอบนาฬิกาที่ทรงถอดออกมาเป็นชิ้นๆ จนกระทั่งมีชื่อเสียงว่าเป็นช่างซ่อมนาฬิกาคนแรกของสยาม มิไยต้องกล่าวถึงพระอัจฉริยะภาพด้านศิลปะและดนตรี จนเป็นที่เลื่องลือว่าทรงโปรดเสียงแคน แอ่วลาว และโปรดสาวบ้านสีทา จึงให้สร้างตำหนักที่ชาวบ้านเรียกว่าวังสีทา ที่ จ.สระบุรี เพื่ออยู่ใกล้เสียงแคน โดยมีสาวบ้านสีทาเป็นบาทบริจาริกา การสวรรคตของพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2408 หรือเมื่อ 154 ปี จึงเป็นการสูญเสียของสยามประเทศครั้งหนึ่ง







