posttoday
เพิ่มลงทุนทองคำ20%

เพิ่มลงทุนทองคำ20%

12 มกราคม 2562

บลน.ฟินโนมีนา แนะปรับพอร์ต ลดลงทุนหุ้นโลก

บลน.ฟินโนมีนา แนะปรับพอร์ต ลดลงทุนหุ้นโลก รับปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอ เพิ่มตราสารหนี้ทองคำ

นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา (บลน.ฟินโนมีนา) ผู้แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนในกองทุนรวม เปิดเผยว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2562 ที่ขยายตัวชะลอลงจากปัจจัยเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนทางการเมืองจากเบร็กซิต สงครามการค้า ปัญหาประเทศอิตาลี ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ (EM) ด้านนโยบายการค้าที่แตกต่างกันในญี่ปุ่น ยุโรป เม็กซิโก-แคนาดา รวมไปถึงการปรับทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

อย่างไรก็ตาม จากภาวะดังกล่าวทำให้ปีนี้มีความเสี่ยงมากขึ้น อาจกระทบผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนลดลงได้ ดังนั้น แนะนำให้ปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ โดยลดการลงทุนในตลาดหุ้นโลกและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์แทน เพื่อรักษาผลตอบแทนให้ไม่ปรับลดต่ำลง ตามทิศทางตลาดหุ้นโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง

ทั้งนี้ สำหรับแผนการลงทุน Global Absolute Return หรือ GAR ที่แนะนำนักลงทุนที่มีมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ 3 ล้านบาทขึ้นไป แนะนำให้ปรับลดสัดส่วนการลงทุนไปแล้ว โดยการลงทุนในตลาดหุ้นโลกที่เดิมมี 20% ในตลาดเอชีย แนะนำให้ปรับพอร์ตใหม่คือ ไม่ถือลงทุนเลย

ขณะที่แนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไว้ที่สัดส่วน 20% ของพอร์ต เพราะยังมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีได้ ด้านตลาดตราสารหนี้เดิมอยู่ที่ 20% แนะนำให้ปรับเพิ่มเป็น 40%

นอกจากนี้ แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำเป็น 20% จากเดิม 10% เนื่องจากในภาวะที่โลกมีความเสี่ยงเริ่มเห็นราคาทองคำมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น และมีโอกาสเห็นกรอบราคาระดับ 1,350-1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับเดิมก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ที่เพิ่มจาก 10% เป็น 20%

“การจัดพอร์ตลงทุนดังกล่าว เหมาะกับการรับมือเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ปลายวัฏจักรขาขึ้น ดังนั้น การมีทองคำในพอร์ตและตราสารหนี้เพิ่มขึ้น ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับเงินลงทุน” นายชยนนท์ กล่าว

นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลน.ฟินโนมีนา กล่าวว่า การปรับพอร์ตช่วยรักษาระดับผลตอบแทนให้สูงกว่าเงินฝาก เงินเฟ้อ รวมถึงกองทุนตลาดเงิน (มันนี่มาร์เก็ตฟันด์) ในอนาคตด้วย ซึ่งปัจจุบันแผนการจัดพอร์ตดังกล่าวให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 5% หรือในกรอบ 3-6% ต่อปี

อย่างไรก็ดี การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังให้ผลตอบแทนในระดับที่ดี เพียงแต่การลงทุนต้องเน้นไปที่หุ้นในกลุ่มที่จ่ายเงินปันผล ซึ่งในปี 2562 จะมีความน่าสนใจมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล