posttoday
ตลท.เปิด 2 บริการใหม่ ลดต้นทุนการบริหารเงิน

ตลท.เปิด 2 บริการใหม่ ลดต้นทุนการบริหารเงิน

01 มกราคม 2562

ปี 2562 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

โดย วารุณี อินวันนา 

ปี 2562 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะมีการเปิดให้บริการ 2 โครงสร้างพื้นฐาน ช่วยผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่ายด้านการชำระราคา สะดวก ช่วยต้นทุนทางการเงินของประเทศต่ำลง

กิตติ สุทธิอรรถศิลป์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และฝ่ายวิจัย ตลท. กล่าวว่า ในฐานะที่ ตลท.เป็นเหมือนโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทย ที่ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มข้นจากกฎเกณฑ์ภายในประเทศ กฎเกณฑ์สากล และกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เน้นสร้างตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการภายใต้สองแนวคิด คือ ทุกโมเดลธุรกิจในปัจจุบัน ทั้งการซื้อ/ขาย หรือเทรดหุ้น กองทุน ให้มีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อลดต้นทุน ด้วยการสร้างนวัตกรรม ลดการใช้กระดาษไปใช้ดิจิทัล ให้เกิดการลงทุนอย่างพอเหมาะพอสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

แนวทางที่สอง พัฒนาให้เครื่องคอมพ์อ่านกฎเกณฑ์ ออกคำสั่ง สร้างกระบวนการจับคู่ซื้อขาย และการชำระเงิน ให้เป็นเรียลไทม์

“เพื่อทำให้ตลาดทุนเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ได้ ต้องตามให้ทันมาตรฐานสากล จึงต้องพัฒนาให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้าถึงตลาดทุนไทยได้ และให้คนไทยเข้าถึงโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ” กิตติ กล่าว

กิตติ กล่าวว่า ตลท.ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบการทำงานหลังบ้านจนถึงหน้าบ้าน ทั้งด้านกระบวนการซื้อ/ขาย กระบวนการชำระราคา กระบวนการศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียน มีลักษณะของการเชื่อมโยงกัน ทำให้การส่งต่อง่าย สะดวก เพื่อให้องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนเริ่มเชื่อมโยงกับระบบของตลาดหลักทรัพย์ได้

สำหรับปี 2562 ตลท.จะเปิดให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอีกสองระบบ

1.ระบบการชำระเงินของตลาดทุน จะเริ่มเกิดในเดือน พ.ค. 2562 ซึ่งได้ทำข้อตกลงกับธนาคารและร่วมกันจัดทำรูปแบบการส่งข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวเพื่อให้ใช้ได้กับทุกธนาคาร โดย ตลท.จะทำหน้าที่ดูแลระบบการชำระเงินหรือเป็นคนกลางระหว่างบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือโบรกเกอร์กับธนาคาร เมื่อถึงสิ้นวัน ตลท.จะส่งข้อมูลเข้าไปบอกในระบบบาทเน็ตให้ต้องตัดเงินของโบรกเกอร์จากแต่ละธนาคารเท่าไร

ทั้งนี้ จะช่วยให้โบรกเกอร์ไม่ต้องเปิดบัญชีและวางหลักประกันกับหลายธนาคาร ตามบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า ลดการเคลื่อนย้ายเงินข้ามธนาคาร ลดความยุ่งยากในการดำเนินธุรกิจ ลดการเคลื่อนไหวเงินในระบบ จะทำให้ระบบการเงินของไทยมีต้นทุนที่ต่ำลง

ยกตัวอย่าง ลูกค้ามีการเปิดบัญชีกับสองโบรกเกอร์ โดยทำรายการขายหุ้นกับโบรกเกอร์หนึ่ง 80 ล้านบาท และทำรายการซื้อหุ้นกับอีกโบรกเกอร์หนึ่ง 100 ล้านบาท ตลท.จะรอจนถึงสิ้นวันแล้วทำการชำระบัญชี และส่งไปที่ระบบบาทเน็ตให้จัดการชำระบัญชี 20 ล้านบาท โดยไม่ต้องโอนเงินไปโอนเงินกลับ โบรกเกอร์สามารถบริหารเงินสดได้จากธนาคารเดียว ส่วนลูกค้าจะเปิดบัญชีกับธนาคารไหนก็ได้

ตลท.เปิด 2 บริการใหม่ ลดต้นทุนการบริหารเงิน

แตกต่างจากปัจจุบัน โบรกเกอร์จะมีการเปิดบัญชีไว้หลายธนาคาร ตามธนาคารที่ลูกค้ามีการเปิดบัญชีซื้อ/ขายหุ้น และให้โบรกเกอร์ต้องไปตัดเงินจากบัญชีธนาคารดังกล่าว ทำให้โบรกเกอร์มีต้นทุนในการต้องนำเงินไปวางเป็นหลักประกัน เพื่อให้สามารถทำการรับเงิน และ ส่งเงินกับลูกค้าได้ และมีต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสดกับหลายธนาคาร

“เพราะในแต่ละวันโบรกเกอร์จะต้องส่งข้อมูลการโอนเงินให้กับธนาคารทุกวัน วันละ 2 รอบ และแต่ละธนาคารจะมีแบบฟอร์มการส่งเงินที่ต่างกัน หากมีบัญชีกับ 12 ธนาคาร จะต้องส่งข้อมูล 24 ครั้ง” กิตติอธิบาย

2.ระบบดิจิทัลเกตเวย์ ที่เปรียบเสมือนประตูโดเรมอน ที่สามารถพาผู้ประกอบการและลูกค้าไปได้ทุกที่ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เพียงมาติดต่อที่นี่ที่เดียวทำให้ได้ทุกอย่าง

เกตเวย์หรือประตูบานนี้ จะเชื่อมกับเครือข่ายข้างหลังบ้าน ทั้งระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล” หรือ “National Digital ID” ที่เป็นบล็อกเชนของภาครัฐ กรมสรรพากร

บริการแรก คือ การให้ลูกค้ายืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในกระบวนการเปิดบัญชีซื้อ/ขาย บัญชีกองทุน เพียงโบรกเกอร์ส่งคำขอเข้ามาที่เกตเวย์นี้ ก็จะดำเนินการให้

บริการที่สอง คือ การทำหนังสือมอบอำนาจที่ต้องติดอากรแสตมป์ โบรกเกอร์สามารถส่งคำขอซื้อแสตมป์เข้ามาที่เกตเวย์นี้ บอกจำนวนและเลขที่สัญญาที่จะต้องติดอากรแสตมป์ ทางระบบจะมีการให้หมายเลขแสตมป์อ้างอิง และเลขที่ใบเสร็จ ทุกอย่างจะเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด

“ระบบการพิสูจน์ยืนยันตัวตน เราเคยคำนวณต้นทุนของการลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์เอง พบว่าต้นทุนในช่วง 5 ปีแรก จะใช้เงินประมาณ 6.5 ล้านบาท และในช่วงที่เทคโนโลยีบล็อกเชนยังไม่เสถียร จึงไม่มีความแน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถใช้ได้ต่อไปในอนาคต หรือว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่มาแทนที่ ทาง ตลท.จึงจะลงทุนให้และให้โบรกเกอร์มาใช้ ซึ่งมั่นใจว่ารองรับการเปิดบัญชีของโบรกเกอร์ทั้งระบบได้ แต่ใครจะไปลงทุนเอง ทางตลท.ก็ไม่ได้ว่าอะไร” กิตติ กล่าว

กิตติ กล่าวว่า ปี 2561 ที่ผ่านมา ได้เปิดบริการฟันด์คอนเนกต์ ที่เป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานกองทุนรวม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับคน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ลงทุน สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนจากทุกบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) เพียงจุดเดียว กลุ่มตัวแทนจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนที่ไม่ต้องเชื่อมระบบกับทุก บลจ. และกลุ่ม บลจ.สามารถเชื่อมต่อกับตัวแทนจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนได้ โดยไม่ต้องลงทุนทุกครั้งที่มีตัวแทนจำหน่ายใหม่เพิ่มเข้ามา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท