posttoday
สวัสดีปีใหม่...ประเทศไทย

สวัสดีปีใหม่...ประเทศไทย

31 ธันวาคม 2561

จากนี้ไปเหลือไม่กี่ชั่วโมงจะเคลื่อนเข้าสู่ศักราชใหม่ ปีกุน พุทธศักราช 2562

โดย ดร.ธนิต โสรัตน์ ประธานบริษัทในเครือวี-เซิร์ฟ กรุ๊ป รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติชุดที่ 18 

จากนี้ไปเหลือไม่กี่ชั่วโมงจะเคลื่อนเข้าสู่ศักราชใหม่ ปีกุน พุทธศักราช 2562 เป็นปีของการเปลี่ยนแปลงและความหวังทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ชัดเจนถูกกำหนดวันเลือกตั้งปลายเดือน ก.พ. ซึ่งครั้งนี้ต่างจากที่ผ่านมาเพราะว่างเว้นมา 7 ปีเศษ ที่สำคัญเป็นการพิสูจน์ว่าคนไทยจะหย่อนบัตรเลือกตั้งเลือกขั้วใด มีการพยายามดึงแยกการเมืองออกเป็นสองฝ่าย คือ ขั้วอำนาจเก่าที่ลอกคราบจากการยึดอำนาจไปสู่ระบบรัฐสภา มีการใช้ทุกวิถีทางที่ไม่ผิดกติกาแต่อาจไม่ถูกมารยาท เพื่อที่จะชนะการเลือกตั้ง อีกขั้วหนึ่งที่อ้างเป็นตัวแทนของระบอบประชาธิปไตย แต่เอาจริงก็แค่เป็นเปลือกนอก เมื่อได้อำนาจก็เอาประชาธิปไตยไปยำในรัฐสภา โดยอ้างเสียงของประชาชนเป็นเครื่องมือ

ช่วงปีใหม่ส่วนใหญ่คงสาละวนอยู่กับเทศกาลแห่งความสุขทั้งไปเที่ยว เยี่ยมญาติหรืออยู่กับบ้านโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ถนนจะว่างกลับคืนมาเป็นของเราอีกครั้ง ความสุขไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าสัวหรือคนรวย เพราะที่มีเงินมากมายแต่ไม่รู้จักความสุขที่แท้จริงยังแย่งชิงโครงการระดับแสนล้าน ขณะเดียวกันประชากรกลุ่มผู้มีรายได้น้อยต้องพึ่งสวัสดิการรัฐหากมีความพอเพียง ปีใหม่อยู่พร้อมกันทั้งครอบครัว ไม่ต้องทุรนทุรายใช้เล่ห์กลเหมือนนักการเมืองที่กำลังแย่งชิงเข้าสู่อำนาจหรือดันทุรังอยู่ในตำแหน่งต่อไป ทั้งที่เขาไม่เอา แต่ใช้โพลหนุนกลายเป็นผู้เสพติดอำนาจ โดยอ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ แต่ประวัติศาสตร์บอกให้รู้ว่า อำนาจไม่เคยยั่งยืนและผลของผู้ที่ติดกับอำนาจจุดจบจะเป็นอย่างไร

อย่างที่กล่าวปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง การเมืองกำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลซึ่งชัดเจนว่าต้องการอยู่ต่อ เพื่อสานนโยบายเป็นโปรเจกต์ระดับล้านล้านบาท จากนี้ไปจะเห็นการสาวไส้อัดกันแบบไม่เกรงใจ โดยเรื่องเศรษฐกิจจะเป็นประเด็นร้อนที่รุมกินโต๊ะผู้บริหารประเทศและถูกใช้เป็นกลยุทธ์ในการหาเสียงเพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงขาลง ที่ผ่านมาคงไม่มีใครเถียงว่า “ดีเฉพาะส่วนบน” แต่ส่วนใหญ่ตอบตรงกันว่าเรื่องปากท้องไม่ดี แม่ค้าตามตลาดหรือร้านเอาต์เลตขายของตามห้าง รวมไปถึงธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ในสภาพหาเช้ากินค่ำหนี้สินเพิ่มพูน อย่านำตัวเลขจองรถมอเตอร์โชว์มาบอกว่าเศรษฐกิจปีนี้ดี คงไม่ใช่ เพราะเป็นการดึงกำลังซื้อล่วงหน้าและเพิ่มหนี้ครัวเรือนฉุดกำลังซื้อให้นิ่ง ที่บอกว่าเศรษฐกิจดี คงมีแต่ ดร.สมคิด และนักธุรกิจระดับใหญ่ที่เข้าถึงกลไกรัฐ แต่ชาวบ้านต้องแบมือขอสตางค์จากบัตรคนจนที่ขึ้นทะเบียน เบ็ดเสร็จกลายเป็น 14.4 ล้านคน ตรงนี้บ่งบอกถึงคนจนของประเทศคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 22 ของประชากรทั้งหมด แต่ในอีกด้านหนึ่งรัฐก็จะได้รู้ถึงกลุ่มและจำนวนที่ชัดเจนในการช่วยเหลือหรืออัดฉีดเข้าถึงกลุ่มก้อนนี้ได้โดยตรง ที่แถมมาเป็นการซื้อใจเพื่อให้หย่อนบัตรเลือกตั้งให้พรรคเชียร์รัฐบาลกลับมาในสภาจะได้มีเงินใช้อีก

ปี 2562 อย่าเที่ยวกันจนเพลินเป็นปีที่มีความท้าทายเรื่องปากท้องเพราะเศรษฐกิจที่ฟื้นได้ไม่เท่าไรถึงจุดอิ่มตัวและกำลังเข้าสู่โหมดชะลอตัวเร็วกว่าที่คาดเป็นกันทั่วโลก เช่น สหรัฐ อียู ญี่ปุ่น จีน อาเซียนเศรษฐกิจล้วนหดตัวแต่ยังไม่ค่อยมาก เพราะเป็นช่วงเริ่มต้น เรื่องเทรดวอร์ระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นการพักยก เดือน มี.ค.หากไม่จบจะบานปลาย เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจขยายตัวได้ร้อยละ 3.7-4 เทียบกับปีที่ผ่านมา โตร้อยละ 4.2 ต่ำกว่าที่คาด ด้านส่งออกคงกระทบจังๆ ทั้งจากการค้าที่หดตัวและเงินบาทแข็งสูงสุดในรอบ 6 เดือน

สัญญาณทางลบ บ่งบอกว่าปีนี้จะเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะแนวโน้มที่จีนจะลดการนำเข้าราคาสินค้าเกษตรจะได้รับผลกระทบโดยตรง เศรษฐกิจโลกไม่ดีสะท้อนจากราคาน้ำมันโลก (WTI) ก่อนหน้าไม่กี่วันปรับลดลงต่ำสุดเหลือ 42.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 2 ปี แต่ปลายปีปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ช่วง 3 เดือนราคาน้ำมันโลกลดลงถึงร้อยละ 35.6 อย่าไปหลงดีใจกับราคาน้ำมัน ปตท.ที่ปรับลงเพราะจิ๊บจ๊อยมากๆ ที่จริงควรลดลงได้อีกหลายบาท สำหรับพวกที่เล่นหุ้นคงต้องระวังเพราะมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนค่อนข้างมาก ช่วงก่อนคริสต์มาสหุ้นต่างประเทศทั้งนิกเกอิและดาวโจนส์ร่วงเป็นแถว แต่ก่อนสิ้นปีกลับดีดขึ้น ขณะที่หุ้นไทยแดงไปทั้งกระดาน

ปีใหม่แล้ว จะเขียนอะไรที่ดีๆขอยกป๋าเปรมสอนบิ๊กตู่ช่วงไปอวยพรปีใหม่ บอกว่า “ทุกคนเห็นต่างกันได้ แต่ยังคงเป็นมิตร ทำงานเพื่อส่วนรวม อย่าเห็นต่างแล้วต้องเป็นศัตรู” ที่ผ่านมาบ้านเมืองวุ่นวายต่อเนื่องเป็นสิบปีก็เพราะเหตุนี้ ขอนำโอวาทของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ที่ได้ประทานคติธรรมอวยพรปีใหม่ที่น่าใช้เป็นแบบอย่างว่า “ให้มีเมตตาธรรมเป็นธรรมค้ำจุนโลก สร้างสันติสุขร่มเย็น อย่ามีทิฐิบนหนทางผิด ให้มีขันติธรรมยับยั้งไม่ให้พูด ไม่ให้ทำอะไรอย่างหุนหันพลันแล่น บุคคลนั้นย่อมผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคไปได้เสมอ” เป็นคติสอนและคำอวยพรจากรัฐบุรุษของประเทศและอริยสงฆ์ผู้ประเสริฐ ใครเข้าใจยึดมั่นนำไปใช้เป็นมงคลของชีวิต...สวัสดีปีใหม่ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท