posttoday
รู้จัก‘จุดเวิร์กโซน’ เซฟชีวิตปลอดภัย

รู้จัก‘จุดเวิร์กโซน’ เซฟชีวิตปลอดภัย

31 ธันวาคม 2561

ช่วงหยุดยาวหลายวันต่อเนื่องประชาชนจำนวนมากเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด

โดย เอกชัย จั่นทอง 

ช่วงหยุดยาวหลายวันต่อเนื่องประชาชนจำนวนมากเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาบ้านเกิด ถนนหนทางเส้นทางการสัญจรจึงหนาแน่นตลอดเส้นทาง จากปริมาณผู้ใช้เส้นทางมากกว่าช่วงเวลาปกติ แน่นอนเรื่องอุบัติเหตุถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยบนถนน โดยเฉพาะในบริเวณจุด “เวิร์กโซน” หรือบริเวณถนนที่มีการก่อสร้าง ทำกิจกรรม ฯลฯ สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก แล้วจะหลีกเลี่ยงวางแผนการเดินทางอย่างไรให้ปลอดภัยและเข้าใจคำว่า “จุดเวิร์กโซน” ให้พร้อมต่อการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เริ่มต้นอธิบายคำว่าจุดเวิร์กโซน สำหรับ “จุดเวิร์กโซน” นั่นคือจุดพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง ซ่อมสร้าง หรือมีกิจกรรมบนถนน สามารถแยกออกเป็น 2 แบบ คือ 1.พื้นที่ที่มีการก่อสร้าง เช่น การขยายถนน ปรับปรุง สร้างถนน ฯลฯ และ 2.พื้นที่ที่มีการจัดการเฉพาะกรณี เช่น ตีเส้น ทาสี ตัดหญ้าข้างทาง เป็นต้น ล้วนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและมักเจออยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจุดดังกล่าวประชาชนที่ใช้เส้นทางต้องเจออย่างแน่นอน ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อม

ดังนั้น การเดินทางไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาล หรือในห้วงเวลาปกติ ควรมีการวางแผนให้ดี โดยเฉพาะจุดขับขี่ที่อาจต้องผ่านบริเวณแนวเขตก่อสร้างหรือกิจกรรมบนถนน ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรเลือกเดินทางเวลากลางวัน เพราะการขับรถช่วงเวลากลางคืนอันตรายกว่าช่วงเวลากลางวัน ยิ่งถ้าหากในจุดก่อสร้างบนถนนที่มีป้ายเตือนสัญญาณไฟไม่เพียงพอ

“เมื่อเข้าสู่จุดก่อสร้างควรลดความเร็วลง และต้องเว้นระยะห่างรถคันหน้าให้เพียงพอเพื่อหยุดหรือหักหลบได้ทัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากเขตหรือจุดเวิร์กโซนมักมีเหตุการณ์กะทันหันอยู่เสมอ ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงการขับขี่บนไหล่ทาง เนื่องจากในบางครั้งไม่มีอุปกรณ์ราวป้องกันข้างทาง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่ามีเครื่องกั้นตกบริเวณข้างทาง” ผู้จัดการ ศวปถ. เตือนประชาชน

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวเสริมในฝั่งของผู้รับเหมาก่อสร้างหรือผู้ทำกิจกรรมบนถนนว่า การมีป้ายเตือน สัญลักษณ์ที่ชัดเจนถือว่าสำคัญที่สุด เมื่อมีผู้ขับขี่เข้าสู่เขตก่อสร้าง บริษัทผู้รับเหมาควรต้องมีป้ายเตือนชัดเจนให้มีการลดความเร็ว เพราะถ้าคนไม่ทราบว่ามีการก่อสร้างในเส้นทางด้านหน้า กลุ่มคนเหล่านี้จะใช้ความเร็วเหมือนปกติเหตุเพราะคุ้นชิน แต่ถ้ามาเจอการก่อสร้างแบบกะทันหันจากถนน 2 เลน บีบเหลือ 1 เลน จะไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ทัน แบบนี้ถือว่าอันตรายมาก ดังนั้นเรื่องการแจ้งเตือนสำคัญมาก

สำหรับเรื่องของป้ายเตือนในช่วงเวลาค่ำคืนและกลางวัน ควรมีการเปิดไฟวับวาบ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการเตรียมตัว ชะลอความเร็ว ระมัดระวังการขับขี่ โดยทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐานพื้นฐานเขตการก่อสร้าง เพราะถ้ามีการปรับเส้นทางจราจรคนที่ผ่านไปมาอาจไม่ชินเส้นทาง

แม้ว่าจะมีการเขียนกฎระเบียบชัดเจนเรื่องจุดก่อสร้างที่ต้องมีป้ายบอกเตือนให้ชัดเจน แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานนั้น เนื่องจากผู้รับเหมาที่ประมูลงานชนะมักจะมีการจ้างบริษัทอื่นอีกทอดหนึ่ง หากมีการทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่ตามมา ก็คือ ผู้รับเหมาที่รับงานทำจริงๆ จะเหลือกำไรไม่มาก ทำให้มีโอกาสลดต้นทุนในเชิงอุปกรณ์ความปลอดภัยหรือระบบเซฟตี้ลง เช่น ปกติต้องติดตั้งแท่นแบริเออร์ยาวตลอดเส้นทางถนน ก็ปรับเป็นการติดตั้งในลักษณะฟันหลอแทน ส่วนไฟส่องสว่างติดตั้งเป็นช่วงๆ เช่นกัน

“ส่วนนี้คือผลกระทบที่จะตามมาต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะแทนที่จะเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย แต่เมื่อรูปแบบการว่าจ้างดันเป็นลักษณะของการสับย่อยให้กับบริษัทอื่นๆ อีกทอด ขณะเดียวกันกระบวนการตรวจสอบกำกับดูแลความปลอดภัยจึงมีหลายต่อ ท้ายที่สุดคนที่ดูภาพรวมทั้งหมดคือฝั่งภาครัฐคือวิศวกรคุมงาน ดังนั้นเราอาจต้องเพิ่มความเข้มงวดเรื่องความรับผิดชอบของวิศวกรคุมงานให้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง”

ผู้จัดการ ศวปถ. เผยถึงความเสี่ยงกับประชาชนที่จะได้รับผลกระทบอีกว่า การซ่อมแซมถนนเรื่องของความชันผิวถนนในพื้นที่ไหล่ทางที่สูงและมักไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ถ้าไม่มีอุปกรณ์กั้นไหล่ทางอาจทำให้รถตกลงไปบริเวณข้างทางได้ เนื่องจากพื้นที่ถนนที่ถูกทำให้สูงขึ้น ทำให้ราวกันตกหรือแบริเออร์เตี้ยต่ำลงกว่ามาตรฐาน ฉะนั้นสิ่งที่เป็นสาเหตุมาจากเรื่องของงบประมาณที่แยกมาคนละส่วน ซึ่งมักแยกเรื่องงบก่อสร้างถนนไว้เฉพาะอย่างเดียว ส่วนพวกราวกันตกแบริเออร์กั้นจะเป็นงบประมาณอีกส่วน ตรงนี้เป็นโจทย์ที่เรากังวล

“ช่วงที่ถนนมีการลาดยางมะตอย การตีเส้นจราจรไม่สามารถทำได้ทันที เพราะต้องรอการเซตตัว จึงเป็นช่องว่างประมาณ 1 สัปดาห์ ตรงนี้อาจทำให้รถเกิดอุบัติเหตุจากความสับสนเรื่องเลนถนน ซึ่งการไม่ตีเส้นทางจราจรถือว่าอันตราย ทั้งหมดคือสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันในทุกๆ ครั้ง จุดเวิร์กโซนที่สำคัญต้องมีระบบการตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างก่อสร้าง โดยทำ Road Safety Audit ที่ถือว่าสำคัญมาก กล่าวคือต้องมีวิศวกรลงมาควบคุมดูแลอย่างจริงจัง” ผู้จัดการ ศวปถ. กล่าว

นพ.ธนะพงศ์ ยังฝากทิ้งท้ายน่าสนใจอีกประเด็นว่า ในพื้นที่ในกรุงเทพฯ เองปัจจุบันมีการก่อสร้างหลายจุดกำลังเกิดปัญหาเช่นกัน และมีรถใหญ่วิ่งในชั่วโมงเร่งด่วน เนื่องจากเป็นรถขนาดใหญ่และมีจุดบอด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และประชาชนที่สัญจรไปมา

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง