
เติมพลังชีวิตผู้พิการ ‘โอสถสภา’ร่วมสร้างอาชีพ
การเป็น “ผู้พิการ” ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ
โดย จะเรียม สำรวจ
การเป็น “ผู้พิการ” ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบุคคลที่ไร้ความสามารถ ตรงกันข้ามกลุ่มคนเหล่านี้จะมีพรสวรรค์ที่บางครั้งคนธรรมดาอย่างๆ ก็ไม่ทำในสิ่งที่ผู้พิการทำได้ จากพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวของผู้พิการ หากได้รับโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพและความสามารถ ผู้พิการจะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าที่สามารถสร้างประโยชน์อย่างมากต่อตนเอง ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศ
ดังนั้น ความสามารถที่หลากหลายที่ซ่อนอยู่ในตัวของผู้พิการ สังคมไทยควรช่วยกันดึงออกมาเพื่อสร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้กับผู้พิการด้วยการเข้าไปให้ความรู้และสร้างอาชีพ เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้ยิ้มอย่างมีความสุข เพราะพวกเขาก็ถือเป็นคนอีกหนึ่งกลุ่มที่สามารถสร้างสรรค์สังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย
ปัจจุบันมีหลายองค์กรของไทยหันมาให้ความช่วยเหลือผู้พิการด้วยการเข้ามาช่วยสร้างอาชีพ เพื่อให้ผู้พิการภูมิใจในความสามารถของตัวเองและมีรายได้มาหล่อเลี้ยงตัวเอง เช่นเดียวกับบริษัท โอสถสภา ที่ให้ความช่วยเหลือผู้พิการมาตั้งแต่ปี 2555 ผ่านโครงการ “โอสถสภา เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” และต่อมาได้ริเริ่ม “โครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35” ภายใต้แนวคิด “ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา” มุ่งเน้นให้ผู้พิการมีความพร้อมและพัฒนาตนเองจนสามารถช่วยเหลือและเลี้ยงดูตัวเองได้ เพื่อให้ผู้พิการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้
แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการช่วยเหลือผู้พิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งปัจจุบันบริษัท โอสถสภา ได้เดินหน้าทำโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35 ครอบคลุม 7 อำเภอใน จ.ขอนแก่น มีผู้พิการเข้าร่วมโครงการกว่า 60 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้พิการที่ประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนเดิม
จากปัญหาที่เข้าไปพบทำให้ บริษัท โอสถสภา ต้องวางแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับผู้พิการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 การเสริมสร้างพลังกาย โดยร่วมกับเครือข่ายนักกายภาพบำบัดในพื้นที่เข้าฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการ กลยุทธ์ที่ 2 การเสริมสร้างพลังใจให้คนพิการมีความหวังและมีพลังเดินหน้าต่อ โดยการช่วยปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้มีความเหมาะสมกับคนพิการ เพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด ผู้พิการจึงมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นและมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้นจนสามารถเข้าสังคมได้ดีขึ้น
ส่วนกลยุทธ์ที่ 3 ที่เข้าไปดำเนินการ คือ การสร้างพลังชีวิต ด้วยการค้นหาและส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสม พร้อมให้ความรู้และจัดสรรอุปกรณ์และเครื่องมือในการประกอบอาชีพ ทั้งยังช่วยออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์สินค้า จัดหาตลาด และสร้างช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางอาชีพแก่ผู้พิการในโครงการสามารถทำให้ผู้พิการมีรายได้ที่มั่นคง โดยมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นราว 2,000-5,000 บาท/เดือน ทำให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น และมีความหวังและมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตต่อไป
สำหรับอาชีพที่บริษัท โอสถสภา ได้เข้าไปส่งเสริมผู้พิการมีทั้งหมด 5 ด้านด้วยกัน คือ 1.การปลูกผักกางมุ้ง 2.โรงเพาะเห็ด 3.ศูนย์ต้นแบบเกษตรอินทรีย์คนพิการ 4.กระเช้าสานเส้นพลาสติก และ 5.งานไม้
ทั้งนี้ ในส่วนของศูนย์ต้นแบบเกษตรอินทรีย์คนพิการ ซึ่งถือเป็นสายอาชีพหลักที่ให้การสนับสนุนนั้นตั้งอยู่ที่ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ศูนย์ต้นแบบดังกล่าวเกิดจากการรวมตัวของผู้พิการและผู้รับสิทธิจำนวน 7 คน ร่วมกันพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจำนวน 6 ไร่ ให้กลายเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัยให้กับคนในพื้นที่ และยังเป็นสถานที่ให้ความรู้กับคนพิการที่มาดูงาน เพื่อศึกษารูปแบบการทำเกษตรที่เหมาะกับคนพิการ
ภายในศูนย์จะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้ 1.แปลงและโรงเรือนปลูกผักปลอดสารพิษ 2.โรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยมูลไส้เดือนและปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ภายในศูนย์ 3.โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า และ 4.แหล่งศึกษาเรียนรู้ของคนพิการและบุคคลที่สนใจ
นอกจากการให้ความรู้ด้านวิธีทำแล้วยังช่วยเหลือด้านออกแบบตราสินค้า บรรจุภัณฑ์สินค้า จัดหาตลาด และสร้างช่องทางการจัดจำหน่าย อาทิ ผักอินทรีย์จะนำไปจำหน่ายที่โรงพยาบาลเครือข่ายนักกายภาพและในตลาดท้องถิ่น รวมไปถึงการหาช่องทางการทำตลาดใหม่ๆ อย่างเช่น ถนนคนเดิน เป็นต้น
หลังจากเข้าไปช่วยสร้างอาชีพให้กับผู้พิการ ปัจจุบันผู้พิการในโครงการสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตัวเอง โดยในแต่ละเดือนผู้พิการจะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2,000-5,000 บาท และสำหรับผู้พิการที่เพาะเห็ดจำหน่ายจะมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 7,000-1 หมื่น/เดือน
สมพาน สารเงิน ผู้ที่เปลี่ยนความทดท้อในชีวิต จากไม่มีอาชีพมากว่า 3 ปี ให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์งานไม้ กล่าวว่า พอรู้ว่าตัวเองขาพิการก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย จนกระทั่งมีบริษัท โอสถสภา และคุณหมอทีมนักภายภาพเข้ามาติดต่อถามว่าอยากทำงานไหม ผมก็บอกสนใจ จากนั้นก็จัดซื้อเครื่องมืองานไม้มาให้ ตอนนี้ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนพิการแล้ว พอได้ยินคนอื่นเรียกเราว่าช่างหมอกที่ทำงานไม้ เราก็รู้สึกมั่นคงและมั่นใจ
เช่นเดียวกับ สมนึก อิ่มเสถียร เกษตรกรผู้เพาะเห็ด ที่เปลี่ยนมุมอับในบ้านให้กลายเป็นโรงเห็ดสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัว เล่าว่า โครงการนี้ไม่ได้ให้เงิน แต่ให้ความรู้และพาไปศึกษาดูงานให้เห็นกระบวนการจริงๆ การให้ความรู้ดีกว่าให้เป็นเงิน เพราะเมื่อมีความรู้ เราก็สามารถช่วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน
ขณะที่ อุทัย เจือไทสง ผู้ซึ่งเปลี่ยนพื้นที่รกร้างข้างบ้านให้กลายเป็นโรงปลูกผักปลอดสารขนาดย่อม เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่โครงการนี้เข้ามา สภาพจิตใจเราก็ดีขึ้น เพราะอย่างน้อยเราก็สามารถช่วยตัวเองได้ รู้สึกว่าตัวเรามีคุณค่า สามารถปลูกผักเองได้ รดน้ำเองได้ เอาผักไปขายได้ ไม่ได้เป็นภาระของใคร นอกจากนี้ครอบครัวของเราก็สามารถเข้ามาช่วยทำงานด้วย ขอบคุณบริษัทที่ช่วยในทุกขั้นตอน ทั้งหาอาชีพ ให้ความรู้ และแนะนำตลาดขายสินค้าให้อีกด้วย
ด้าน ละมัย พร้อมสันเที๊ยะ ผู้ป่วยติดเตียงกว่า 20 ปี ปัจจุบันกลายเป็นช่างสานตะกร้าฝีมือดี เล่าว่า บริษัท โอสถสภาได้นำคุณหมอเข้ามาตรวจเช็กสุขภาพร่างกาย พร้อมหาอาชีพและสอนวิธีทำงานฝีมือให้ ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตเรามีคุณค่าขึ้นมาก ตอนนี้เราก็ภูมิใจว่าสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ตะกร้าที่เราสานก็มีคนซื้อจริงๆ มีคนเห็นคุณค่า แม้เราจะพิการแต่เราไม่ถูกทอดทิ้ง ขอบคุณบริษัทมากๆ ที่ให้โอกาสและช่วยเหลือตลอดมา
จากความช่วยเหลือที่ได้ดำเนินการไปดังกล่าวทำให้บริษัท โอสถสภา ได้รับโล่และเกียรติบัตรในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานวันคนพิการสากล จ.ขอนแก่น ประจำปี 2561 พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติไปร่วมงานเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้พิการ เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมสนับสนุนผู้พิการตามความถนัดของตัวเองในแต่ละหน่วยงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ดีขึ้นแก่ผู้พิการอย่างเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จที่ได้รับจากโครงการนำร่องดังกล่าว ในอนาคตบริษัท โอสถสภา มีแผนที่จะขยายความช่วยเหลือผู้พิการผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการตามมาตรา 35 ไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้พิการอีกมากที่ต้องการมีอาชีพที่มั่นคง เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง







