
นักวิชาการชี้สังคมไทยป่วยอมโรค ยอมรับการโกงกินได้
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านสังคม อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สังคมไทย พ.ศ. 2553 ยังเป็นสังคมป่วยอมโรค และอาจมีโรคแทรกซ้อน อาการป่วยที่ชี้ให้เห็น เช่น ปล้นทอง ละเมิดทางเพศเด็กอายุน้อยลง เด็กกลายเป็นเหยื่อของสังคมจำนวนมากถึงปีละ 3-4 แสนคน กล้าตัดเศียรพระ ลักวัตถุโบราณ ฆ่าบุพการี นอกจากนี้ เพราะเบ้าหลอมไม่ดี จึงเกิดเด็กไทยกลุ่มใหม่ ที่มองเรื่องผิดกฎหมาย เรื่องแก้ไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกหรือยอมรับได้แล้ว เช่น ขอให้ทำงานแล้วกัน จะโกงกินก็ไม่เป็นไร
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านสังคม อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์สังคมไทย พ.ศ. 2553 ยังเป็นสังคมป่วยอมโรค และอาจมีโรคแทรกซ้อน อาการป่วยที่ชี้ให้เห็น เช่น ปล้นทอง ละเมิดทางเพศเด็กอายุน้อยลง เด็กกลายเป็นเหยื่อของสังคมจำนวนมากถึงปีละ 3-4 แสนคน กล้าตัดเศียรพระ ลักวัตถุโบราณ ฆ่าบุพการี นอกจากนี้ เพราะเบ้าหลอมไม่ดี จึงเกิดเด็กไทยกลุ่มใหม่ ที่มองเรื่องผิดกฎหมาย เรื่องแก้ไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกหรือยอมรับได้แล้ว เช่น ขอให้ทำงานแล้วกัน จะโกงกินก็ไม่เป็นไร
ด้านนายรัชฏะ ศรีบุญรัตน์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทัศนคติของเยาวชนยอมรับการโกง การคอร์รัปชั่นมากขึ้น และตอนนี้มีบางกลุ่มเอาไปใช้ด้วย เช่น ปรากฏการณ์ในมหาวิทยาลัย องค์กรนิสิตนักศึกษา มองว่า ไม่ได้โกงแต่ระเบียบไม่ได้กำหนดไว้ พลิกแพลงได้บ้างก็ดี ขอให้มีเงินบำรุงงาน ทัศนคตินี้น่าห่วง หากเยาวชนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แล้วใช้วิธีพลิกแพลงบ้างก็ดี ขอให้มีเงินใช้ ก็น่าลำบากใจ







