
เผยเทคโนโลยีดันยอดการใช้มือถือพุ่ง
กทช.เผยผลสำรวจ เทคโนโลยี มีส่วน ดันยอดการใช้มือถือกับมือถือพุ่ง 68%
กทช.เผยผลสำรวจ เทคโนโลยี มีส่วน ดันยอดการใช้มือถือกับมือถือพุ่ง 68%
นายพสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการส่วนงานศูนย์ข้อมูลสถิติและวิจัยเศรษฐกิจโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า เทคโนโลยีทีเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มีผลให้โทรศัพท์มือถือได้เปรียบโทรศัพท์พื้นฐาน เพราะโทรศัพท์มือถือกลายเป็นเครื่องสื่อสารส่วนบุคคล และการใช้โทรศัพท์พื้นฐานเป็นไปในเชิงธุรกิจเป็นส่วนใหญ่
ทั้งนี้ สามารถจำแนกการใช้งานออกมาเป็นสัดส่วนการใช้งานโทรศัพท์มือถือกับมือถือ 68% โทรศัพท์บ้านถึงมือถือ 21%โทรศัพท์มือถือถึงโทรศัพท์บ้าน 8% และการใช้งานโทรศัพท์บ้านถึงโทรศัพท์บ้านอยู่แค่ 3% และจำแนกพฤติกรรมการโทรนอกโครงข่ายอยู่ที่ 24% และการโทรในโครงข่าย 76
สำหรับสัดส่วนการโทรออกของผู้ใช้โทรศัพท์ปรากฏว่าผู้ใช้ในระบบของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส โทรหา ระบบบบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ห รือ ดีแทคมากที่สุด และผู้ใช้ระบบดีแทค กับ ทรูมูฟ โทรหาลูกค้าเอไอเอสมากที่สุดเช่นกัน ส่วนผู้ใช้โทรศัพท์ทีโอที มีสถิติการโทรหาระบบทรูมูฟมากที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการทำโปรโมชั่นของผู้ให้บริการด้วย
ขณะที่แนวโน้มของเทคโนโลยีต่อจากนี้ คือ การปรับเปลี่ยนโครงข่ายจากดั้งเดิมให้เห็นโครงข่ายยุคหน้า หรือ โครงข่ายไอพี เพราะสามารถรองรับบริการที่หลากหลายและพัฒนาบริการใหม่ๆ ได้มากกว่า รวมทั้งยังช่วยลดต้นทุนโครงข่ายลงอีก 20-30%
ทั้งนี้ การแข่งขันที่มีมากขึ้นในปัจจุบันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปรับเปลี่ยนโครงข่ายมีความจำเป็นมากขึ้น เพราะวงจรเทคโนโลยีส่วนใหญจะมีอายุ 15 ปี ซึ่งหากไม่มีการพัฒนาตามแนวโน้มของโลกจะทำให้ผู้ให้บริการล้าหลังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตามประกาศการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในประเทศไทย ได้มีการส่งข้อมูลการเชื่อมต่อตั้งแต่ปี พ.ศ.2549มีผู้ประกอบการ 7 รายที่ส่งข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย เอไอเอส ดีแทค บริษัท ดิจิตอล โฟน หรือ ดีพีซี ทีโอที บริษัท ทริป เปิล ที แล บริษัท ทีไอซี







