
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
ปตท.สผ.เฉือนเชฟรอนคว้า 2 แหล่งก๊าซ
ปตท.สผ.เฉือนเชฟรอนคว้า 2 แหล่งก๊าซ
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่ จ.หนองคายเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2561 มีมติอนุมัติให้บริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ ร่วมกับบริษัท เอ็มพีจี 2 (ประเทศไทย) เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 หรือแหล่งเอราวัณ และบริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G2/61 หรือแหล่งบงกช โดยทั้งสองแปลงนี้เครือ ปตท. ชนะบริษัท เชฟรอน ผู้รับสัมปทานแปลงเอราวัณในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะลงนามในเดือน ก.พ. 2562 ซึ่งจากข้อเสนอ ปตท.สผ.สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจระยะ 10 ปี นับแต่ปี 2565 เป็นต้นไป รวม 6.5 แสนล้านบาท
คลังยังไม่ปรับเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อย
น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเป็นรายครอบครัวขณะนี้ยังเป็นแนวคิด โดยให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาข้อดีข้อเสียเพื่อใช้ปรับปรุงการลงทะเบียนครั้งใหม่ ซึ่งยังไม่มีกำหนดว่าจะดำเนินการปีไหน จึงไม่กระทบกับสิทธิของผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับอยู่ปัจจุบัน ขณะที่การประชุมวันที่ 17 ธ.ค. 2561 ที่มีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เป็นประธาน จะเป็นการติดตามความคืบหน้าเรื่องการฝึกอาชีพของผู้มีรายได้น้อยตามมาตรการเฟส 2 ที่ดำเนินการมา โดยจะมีการประชุมรายงานทุก 2 เดือน
คาด ตปท.ลงทุนบอนด์ไทย 1 ล้านล้าน
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติมีการมาลงทุนในตลาดพันธบัตร (บอนด์) ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงกว่า 11 เดือน มียอดถือครองสุทธิในตลาดตราสารหนี้ของไทยอยู่ที่ 9.89 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำสถิติสูงสุด และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปียอดการถือครองน่าจะถึง 1 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่จะถือครองตราสารหนี้ที่มีอายุยาว เพราะเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตได้ดี ประกอบกับผลสำรวจล่าสุดคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกหลังใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำมานานกว่า 8 ปี เพราะดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าประเทศอื่นๆ หากดูองค์ประกอบอื่นๆ อัตราดอกเบี้ยแท้จริงยังเป็นบวก เงินเฟ้อยังอยู่ในอัตราต่ำ
งดรับต้านโกงป่วนธุรกิจของขวัญ
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า จากการที่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชน เดินหน้าสานต่อนโยบายต้านคอร์รัปชั่นงดมอบ รับของขวัญ หรือ No Gift Policy ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจกระเช้าของขวัญ ของชำร่วย ทำให้ยอดขายหดหายไป โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นช่วงที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งสมาคมยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรภาคเอกชนต่างๆ คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ส่วนภาพรวมตลาดของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้านเติบโตทรงตัวจากปีก่อน โดยเฉพาะของขวัญเพื่อส่งเสริมการขายมีมูลค่า 8,000 ล้านบาท หลังลดลงมา 2 ปี สะท้อนเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว







