posttoday
บวชพระในพุทธภูมิ น้อมบูชาคุณพระสังฆราช

บวชพระในพุทธภูมิ น้อมบูชาคุณพระสังฆราช

16 ธันวาคม 2561

โครงการอุปสมบทพระภิกษุ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย

โครงการอุปสมบทพระภิกษุ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 92 ปี ในวันที่ 26 มิ.ย. 2562 โดยมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม นำโดย ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งจัดเป็นรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-12 ธ.ค. 2561 ได้ปิดฉากไปเรียบร้อยพร้อมความสำเร็จและเสียงอนุโมทนาสาธุการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เริ่มตั้งแต่ผู้ริเริ่มโครงการ ดร.บวรศักดิ์ผู้สมัครบวชทั้ง 73 คน ผู้อุปถัมภ์โครงการทีมงานซึ่งประกอบด้วย ทีมผู้จัดงาน ที่มี ดร.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย และเลขานุการมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม และบุษบา สังขวิภา อดีตผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาตลาดและบริการลูกค้า บริษัท การบินไทย เป็นหัวเรือใหญ่

ทีมเด็กวัดที่คอยทำหน้าที่ประสานงานและดูแลพระภิกษุในโครงการ ซึ่งล้วนแต่เคยผ่านการบวชรุ่นที่ 1 มาแล้ว ได้เสียสละเวลาและความสุขส่วนตัวมาช่วยดูแลพระภิกษุตลอดโครงการ ทีมสื่อมวลชน และทีมแพทย์ที่ปีนี้ได้ นพ.โชคชัย ลีโทชวลิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน มาช่วยดูแลคณะด้วยความใส่ใจและเป็นกันเอง

ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ทีมพระธรรมทูต อินเดีย-เนปาล นำโดย พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตฯ และพระอุปัชฌาย์ผู้ให้การบรรพชาอุปสมบทแก่ผู้สมัครบวชในโครงการ พระภาวนาวิริยคุณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ผู้นำปฏิบัติกรรมฐาน พระครูปริยัติโพธิวิเทศ (คมสรณ์) เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหาร โฆษกพระธรรมทูตฯ หัวหน้าพระธรรมวิทยากรโครงการ พระครูอุดมโพธิวิเทศ หัวหน้าฝ่ายกองงานกิจการพิเศษพระธรรมทูตพระศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี และพระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์

“โครงการนี้ผมว่าได้ผล เห็นได้จากมีคนเคยบวชเมื่อปีที่แล้วได้อาสามาเป็นเด็กวัดคอยดูแลอำนวยความสะดวกแก่พระนวกะทั้ง 73 รูปอยู่หลายคน หรือแม้แต่คนที่บวชแล้วบวชอีกอย่างผมที่บวชเป็นครั้งที่ 4 ท่านวงศ์สกุลกิตติพรหมวงศ์ ที่บวชเป็นครั้งที่ 9 และคนอื่นๆ อีกหลายคนที่บวชเป็นปีที่ 2 ล้วนแล้วแต่มีศรัทธาแรงกล้า

ดังนั้น จึงเชื่อว่าผู้บวชเหล่านี้พอลาสิกขาไปแล้วจะมีศรัทธาเพิ่มขึ้นและตระหนักในการนำธรรมะไปใช้ในชีวิตและการทำงานด้วยความไม่ประมาท ปีหน้าอาจจัดบวชอีก และชวนหลักสูตรอื่นๆ เข้าร่วมด้วย เช่น หลักสูตรแพทย์ อย่างปีนี้มีแพทย์มากับคณะ 2-3 คน พอรู้ท่านเจ้าคุณศรีโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ทำโครงการผ่าตัดดวงตาให้กับคนเนปาล ก็อาสาจะพาทีมแพทย์มาช่วยทันทีในปีหน้า

ทั้งนี้ โครงการสำเร็จเผล็ดผลเป็นอย่างดี ต้องขอขอบคุณผู้อุปถัมภ์โครงการ เช่น คุณศิริธัชโรจนพฤกษ์ คุณสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ คุณเทพรักษ์ เป็นต้น ขอบคุณทีมงาน ซึ่งคนที่มีความทุ่มเทมากที่สุดคือ คุณดาวน้อย สิทธินิภาพันธ์ และคุณบุษบา สังขวิภา และคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนามด้วย รวมถึงทีมแพทย์ที่ช่วยกันเต็มที่” ดร.บวรศักดิ์ กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการ

สิ่งดีๆ ที่ได้จากโครงการนี้

วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ผู้เคยผ่านการบวชพระมาแล้วทั้งหมด 8 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 และเป็นการบวชที่ดินแดนพุทธภูมิทั้งหมด เปิดเผยว่า การได้บวชในอินเดีย ณ ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์มิใช่โอกาสที่ใครจะหาได้ง่ายๆ การที่อาจารย์บวรศักดิ์ได้จัดโครงการบวชที่อินเดียจึงถือว่าได้ส่งมอบโอกาสให้กับหลายๆ คนได้ศึกษาเกี่ยวกับสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสถานที่จริงและมีอยู่จริง รวมถึงได้เรียนรู้ธรรมะจากการพระธรรมวิทยากร และอาจารย์บวรศักดิ์ที่บรรยายให้ความรู้อยู่เสมอ

“ถ้าอยู่กรุงเทพฯ โอกาสทำวัตรสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิยาก เพราะภารกิจในแต่ละวันมีมากมาย บางครั้งจิตใจก็เขวไปทางอื่น แต่พอมาบวชก็พยายามปฏิบัติให้ดีที่สุด โดยสิ่งที่ได้จากการบวชนอกจากปีติที่เกิดจากการจาริกไปสังเวชนียสถานทั้งสี่แล้ว ทำให้มีเวลาขบคิดธรรมะของพระพุทธเจ้า เช่น ศีล 5 ถ้าพิจารณาดีๆ ก็อยู่ในหลักประมวลกฎหมายอาญาทั้งหมดเลย ทั้งเรื่องฆ่าทำร้าย เรื่องทรัพย์ เรื่องเพศ เรื่องหมิ่นประมาท ดื่มสุราทำให้ขาดสติ ขาดความยั้งคิด เท่ากับชีวิตตั้งอยู่ในความประมาทตามที่พระพุทธเจ้าทรงเตือนพุทธบริษัทอยู่เสมอ”

อธิบดีอัยการ กล่าวต่อว่า หลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนนั้นเป็นของจริง และเมื่อปฏิบัติแล้วย่อมได้ผลจริง เพราะฉะนั้นในการทำงานจะเลือกเดินสายกลางและตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ซึ่งก็คือการคิดให้ดีก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป ซึ่งถ้าคิดดีแล้วเกิดผิดพลาดไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะ
ยังไงถือว่าได้คิดไตร่ตรองก่อนแล้ว

ด้าน ดร.ปัญญา อุดชาชน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมเดินทางไปกับคณะในฐานะผู้แสวงบุญ เล่าว่า โครงการนี้ดีมากด้วยเหตุ 2 ประการ คือ พุทธศาสนิกชนได้บวชถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งสมควรที่ชาวพุทธจะพึงกระทำ ประการที่ 2 ได้เปิดโอกาสให้ชาวพุทธเดินทางมากราบสังเวชนียสถานทั้งสี่ด้วยตัวเอง

“ทุกคนที่มาได้เห็นของจริงและสถานที่จริง ไม่ว่าสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความจริง พูดด้วยหลักฐาน ไม่ใช่นวนิยายที่เขียนขึ้นมา การได้ร่วมกับโครงการครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วรู้สึกประทับใจทุกแห่งที่ไป ถ้าให้เลือกหนึ่งสถานที่ ผมเลือกที่ปรินิพพาน เพราะการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานนั้น แสดงให้เห็นว่าชีวิตเราไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน วันนี้มีชีวิตอยู่ พรุ่งนี้อาจเสียชีวิตก็ได้ ดังนั้นความไม่เที่ยงนี่แหละเป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้เราไม่ประมาท และให้หมั่นทำความดีเสียตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอพรุ่งนี้”

ขณะที่ รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ อาจารย์แพทย์พิเศษ หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในผู้อุปสมบท เปิดเผยว่า การบวชครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และเป็นครั้งแรกของการบวชที่อินเดีย โดยสิ่งที่ได้จากโครงการนี้มากที่สุด คือ การได้ศึกษาเกี่ยวกับพุทธประวัติค่อนข้างเยอะ และเป็นการศึกษาพุทธประวัติแบบเลิร์นนิ่ง บาย ดูอิ้ง คือได้ศึกษาด้วยการเจริญไปตามทางที่พระพุทธองค์เสด็จไปอย่างลึกซึ้ง

นวกโพธิ...ตามรอยบาทพระศาสดา

ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการบริหารกลุ่มบางกอกโพสต์ ที่ร่วมเดินทางไปกับคณะของโครงการและจาริกธรรมไปในสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่งตลอดจนสถานที่สำคัญอื่นๆ ได้ประพันธ์บทกลอน “นวกโพธิ...ตามรอยบาทพระศาสดา” ไว้อย่างไพเราะและกินใจ มอบเป็นบรรณาการแก่คณะโครงการ

นวกโพธิภิกขุ

แสงจักษุแสงธรรมนำวิถี

ชีพราหมณ์ผ่องแผ้วแก้วมณี

เกษมศรีทางพิสุทธิ์พุทธภูมิ

ลุมพินีตระหง่านในม่านหมอก

กลิ่นไม้ดอกละไมวงศ์ไอศูรย์

แรกประสูติตอกย้ำความจำรูญ

บริบูรณ์ศาสดานภาวรรณ

ดงค์สิริสถานทนทานทุกข์

หวังทางสุขอนิจจาแทบอาสัญ

พระสติหันกลับในฉับพลัน

จิตตั้งมั่นมัชฌิมาหมดอาลัย

ใต้ต้นโพธิ์คืนเพ็ญเป็นประจักษ์

ทรงหาญหักภพชาติขาดสมัย

แสงแห่งธรรมสาดส่องผ่องอำไพ

น้ำตาไหลอภิวาทก้มกราบดิน

ธรรมจักรธรรมะสารนารถ

ธรรมองอาจธรรมแท้กระแสสินธุ์

อัญญาสิโกฑัญญะพัชรินทร์

รื้อหมดสิ้นภพชาติตัดขาดกัน

คิชฌกูฏเวฬุวันฯ ธรรมทรงฤทธิ์

เทพสถิตธรรมสถานปานสวรรค์

โปรดสามโลกกระจ่างสว่างพลัน

เชตวันฯ เชษโฐแห่งโลกา

กุสินาราพาโศรก

วิโยคลับล่วงห่วงหา

สะอื้นกล้ำกลืนน้ำตา

ธัมมาทุกขะอนิจจัง

อนุโมทนาร่วมสาธุ

ให้บรรลุข้ามภพชาติตามคาดหวัง

ร่วมสายบุญธรรมะเป็นพลัง

ประโยชน์ยังประสบสุขทุกคืนวัน

หลากน้ำใจไมตรีที่มีให้

สถิตในทุกยามแม้นความฝัน

ถึงจากลาก็เหมือนพบประสบกัน

ด้วยยึดมั่นสายธรรมแท้แน่วแน่ใจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท