
วุฒิพงษ์ มนัส ทำ‘กรรมดี’ได้ดี
สัปดาห์นี้ขับรถไปส่องพระเครื่อง แหล่งข่าว สำคัญในย่านรถติด
โดย ราช รามัญ
สัปดาห์นี้ขับรถไปส่องพระเครื่อง แหล่งข่าว สำคัญในย่านรถติด แถวถนนนาคนิวาส เขตลาดพร้าว ไม่ใช่ใครคนอื่น เจ้าของรหัส “ลาดพร้าว 1” หรือ “พี่วุฒิ” วุฒิพงษ์ มนัส ผู้อำนวยการสำนักงานเขตลาดพร้าว ผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลประชาชนในพื้นที่เขตลาดพร้าวที่มีประชากรไม่น้อยกว่า 1 แสนคน บนเนื้อที่รับผิดชอบกว่า 21.5 ตร.กม. ถือเป็นเขตที่อยู่อาศัยรองรับการขยายตัวของเมืองอย่างมาก
เริ่มก้าวสู่ชีวิตราชการครั้งแรกในปี 2523 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ปกครอง 1 ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ต่อมาปี 2525 ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตพระนคร ปี 2529 สำนักงานปกครองและทะเบียน ศาลาว่าการ กทม. 1 (เสาชิงช้า) ปี 2532 ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตจตุจักร ปี 2534 ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตบางพลัดปี 2535 ย้ายกลับมาฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตจตุจักร ปี 2539 เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด (ระดับ 6) สำนักงานเขตจตุจักร
ถัดมาปี 2546 ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตพระนคร กระทั่งปี 2548 เป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตพระนคร ปี 2554 เป็นหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตตลิ่งชัน ปี 2558 หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตหลักสี่ กระทั่งปี 2559 ขยับนั่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตลาดพร้าวปี 2561 นั่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตลาดพร้าวจนปัจจุบัน
ส่วนพระเครื่องคู่ใจนั้น ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว เฉลยบอกกับเราว่า ปกติจะแขวน พระแก้วมรกต เนื้อเงิน ปี 2539 สร้างในโอกาสครบรอบ 46 ปี กรมสรรพสามิต จัดสร้างพิธีใหญ่ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือที่เรียกทั่วไปกันว่า วัดพระแก้ว ในพิธีมีเกจิอาจารย์ชื่อดังมากมายร่วมปลุกเสกพระองค์นี้
“สาเหตุที่เลือกแขวนพระแก้วมรกตนั้น เพราะถือว่าเป็นสุดยอดของพระเครื่อง เนื่องจากเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเรา ก่อนแขวนจะอาราธนาทุกครั้งขอให้ท่านปกป้องรักษา และเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจเสมือนตัวแทนพระพุทธเจ้าสู่แนวทางการปฏิบัติดี”
ทั้งนี้ โดยปกติจะสวดมนต์คาถาชินบัญชรก่อนนอนทุกวัน แล้วกราบพระ 5 ครั้ง ประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดา และมารดา ปฏิบัติแบบนี้มาตลอด เราปฏิบัติเท่าที่ทำได้ของพวกนี้อยู่ที่ใจ แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับหัวใจของทุกคน
ผู้อำนวยการวุฒิพงษ์ เล่าว่า ส่วนตัวเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ดั่งคำว่า “กัมมุนา วัตตติโลโก” สัตว์โลกทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม เพราะถ้าใครทำกรรมดีก็ได้กรรมดี ใครทำกรรมไม่ดีก็ได้กรรมไม่ดีเป็นสิ่งตอบแทน เหมือนเราประพฤติปฏิบัติทุกวัน ถ้าไหว้พระสวดมนต์จะมีแต่สิ่งดีๆ กลับมาแต่ถ้าไปด่าพ่อแม่ลักวิ่งชิงปล้นกรรมไม่ดีก็ตามมาเท่านั้น
สิ่งที่ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ยึดถือปฏิบัติมาตามแนวคำสอนของพระพุทธศาสนา ทำให้ตลอดระยะเวลาที่รับราชการจะเน้นย้ำเรื่องการทำงานเป็นทีม มีความสุข รู้หน้าที่รับผิดชอบ มีความตั้งใจในการทำงาน เพราะเรามาทำงานร่วมกันได้ถือว่าเคยทำบุญร่วมกันมาจึงมาอยู่ด้วยกัน เมื่อมีความสุขแล้วต้องทำงานด้วย ถ้าไม่ทำถือว่าไม่ได้ ต้องมีประสิทธิภาพถูกต้องสำเร็จตามเป้าหมาย
“ถ้าทำงานบังคับกันงานก็ได้เช่นกัน แต่ลูกน้องเรามีความทุกข์ไม่มีความสุข กลับกันหากเราทำงานด้วยความเต็มใจมันจะได้งาน ทุกคนก็มีความสุข แม้มีอำนาจแต่ไม่บังคับขอให้ทำด้วยใจมากกว่า ตัวเราเองในฐานะผู้นำต้องลงไปคลุกคลีทำงาน ไม่เลือกปฏิบัติเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้เข้ามาปรึกษาพูดคุย นั่นเป็นแนวทางที่ใช้มาตลอดการรับราชการกว่า 38 ปี ที่สำคัญอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วให้พร่องน้ำออกอยู่เสมอ”
ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ยังยึดปฏิบัติงานเพื่อส่วนร่วมมากกว่าส่วนตัว หลังจากนี้เหลืออายุราชการอีกประมาณ 22 เดือน ขอตอบแทนมุ่งมั่นทำงานให้กับกรุงเทพมหานครให้ดีที่สุด ทว่าหล่อเลี้ยงเรามาจนเติบโตในเส้นทางราชการ ยืนยันการทำงานของเราคือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน







