
สุชีพ เศวตกมล ปลูกเยาวชนต้นกล้าฟุตบอล
อดีตไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นเช่นทุกวันนี้ กว่าที่ สุชีพ เศวตกมล
โดย มัฆวาน วรรณกูล
อดีตไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นเช่นทุกวันนี้ กว่าที่ สุชีพ เศวตกมล เจ้าของร้านแมนยูสปอร์ตและอุตสาหกรรมค้าปลีก เส้นทางจะประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจนั้นเคยผ่านอุปสรรคมากมาย จุดเริ่มต้นทำกิจการผลิตอุปกรณ์กีฬาก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ มีการเริ่มขยายกิจการไปขายสินค้าประเภทอื่น แต่สมัยก่อนชาวไทยไม่ได้มีกีฬาให้เลือกเล่นมากนัก อุปกรณ์และเสื้อผ้ากีฬาส่วนใหญ่จะผลิตส่งไปจำหน่ายต่างประเทศเพราะมีการเล่นกีฬาหลากหลายประเภท ส่วนในไทยการเล่นกีฬาถูกจำกัดไว้ในวงแคบของคนมีฐานะเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ในไทยมีการเล่นกีฬาทุกประเภท ทั้งกีฬาสากลและพื้นบ้าน เช่นเดียวกับ จ.ชัยภูมิ ทำให้ธุรกิจผลิตอุปกรณ์กีฬาบูมตามไปด้วยเพราะฐานผู้เล่นกีฬามีอยู่ทั่วประเทศ
หลังประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ โดยใช้กลยุทธ์สู่ความสำเร็จด้วยความคิดที่แตกต่างจากนักธุรกิจคนอื่น คือ กลยุทธ์ในการทำธุรกิจให้สำเร็จ ที่ได้ดำเนินธุรกิจมาตลอดกว่า 30 ปีเป็นหลักสำคัญ คือ การบริหารจัดการที่ดีในการวางแผนการตลาดที่ดี การดูแลลูกค้าให้ดี สิ่งสำคัญก็คือสินค้ามีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเราต้องรักษาต้องดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในการต้อนรับต่างๆ ต้องมีการวางแผนที่ดี สุชีพจึงหันมาทำธุรกิจเพื่อสังคมในนาม “ร้านแมนยูสปอร์ต”
จากธุรกิจเล็กๆ จนไต่ระดับขึ้นมาเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ที่สุดของ จ.ชัยภูมิ สุชีพอยากตอบแทนสังคมด้วยการสนับสนุนชาวชัยภูมิยกระดับชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อหวังจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแรงผลักดันให้กับชาวชัยภูมิ ด้วยการส่งเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่างๆ โดยให้หันมาออกกำลังกายด้วยกีฬา ทั้งยังช่วยสนับสนุนกลุ่มเยาวชนได้รู้จักค้นหาความสามารถของตัวเองในการเล่นฟุตบอลกับโครงการค้นหาต้นกล้านักฟุตบอลที่ฉายแววส่งไปสู่สนามระดับโลกต่อไป โดยในทุกปีก็จะมีการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกใหญ่ อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนเสื้อกีฬาให้กับเยาวชนและชุมชนที่ห่างไกลมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา
“สังคมไทยน่าอยู่ได้ นักธุรกิจต้องให้การสนับสนุนเป็นรูปธรรม แต่ส่วนใหญ่ชอบคิดแต่ไม่ชอบทำ ขาดความร่วมมือ ซึ่งการทำธุรกิจเมื่อประสบความสำเร็จแล้วตอบแทนสังคม ช่วยเหลือประชาชนคนในชุมชน เมื่อได้มีโอกาสก็จะทำให้คนที่ด้อยโอกาสให้มีรายได้มากกว่า การจะหาคนที่มีจิตอาสาทำเพื่อสังคม คือต้องหาเจ้าภาพ คือคนที่พร้อมที่จะทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อให้การช่วยเหลือสังคม”
อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบจริงๆ แล้วคิดว่าน่าจะมีภาครัฐและภาคเอกชน จะต้องทำงานควบคู่กันไปเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมและชุมชน หากปล่อยให้ภาคเอกชนทำฝ่ายเดียวเพื่อให้เขาได้สร้างโอกาสให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในสังคม และให้ลืมตาอ้าปากได้ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืนและถาวรอีกด้วย
สุชีพ กล่าวอีกว่า ในส่วนการทำเพื่อสังคม หลังทำแล้วมันคือแรงบันดาลใจในการทํางานต่อไป โดยปกติแล้วมีพื้นฐานจิตใจชอบช่วยเหลือเป็นจิตอาสาอยู่แล้ว และชอบทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสังคม จึงสนับสนุนดูแลช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในชุมชน โดยการออกเยี่ยมเยียนและได้ดำเนินการมาโดยตลอด
ขณะที่ทุกครอบครัวจะมีการจัดกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กอายุไม่เกิน 14 ปี 16 ปี 18 ปี และรุ่นประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุได้ร่วมแข่งขันเป็นประจำทุกปี และได้จัดกันมาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ครั้ง เพื่อมุ่งหวังสร้างจิตสำนึก สร้างทักษะพื้นฐานด้านกีฬา สร้างภูมิคุ้มกันห่างไกลจากยาเสพติด การนำกีฬาเข้ามาทำให้ชาวบ้านและชาวชุมชนทุกเขตในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ได้ร่วมแข่งขันกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย หลังจากการแข่งขันแล้วยังเล็งเห็นถึงความสามารถของเด็กๆ ในชุมชน บางคนมีทักษะในการเล่นกีฬาฟุตบอลมากจึงได้ต่อยอดเพิ่มด้วยการจัดโครงการปลูกต้นกล้านักฟุตบอล เพื่อปลูกฝังต้นกล้าตัวเล็กๆ ให้เริ่มค้นหาตนเองด้านฟุตบอลเพิ่มทักษะการเล่นเบื้องต้นให้กับเยาวชน คนในชุมชน ได้มีความรู้เรื่องกีฬาฟุตบอลเพื่อที่จะเข้าร่วมสโมสรและเพื่อจะก้าวไปสู่สนามระดับภาค ระดับประเทศ และระดับอินเตอร์ต่อไป อีกทั้งยังได้จัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นที่ต้องใช้ภายในกิจกรรมในชุมชุนเพื่อไว้บริการในงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่ง งานบวช และงานศพ หรืองานต่างๆ โดยมีชุดเต็นท์เก้าอี้โต๊ะ และรถรับส่งเพื่อไว้บริการประชาชนในเขตชุมชน เพื่อต้องการที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนไปอีก ซึ่งมันก็ไม่มากไปและก็ไม่น้อยไปอีกด้วย
สุชีพ ถือว่าเป็นนักธุรกิจชาว จ.ชัยภูมิ อีกคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุด แต่หลังจากดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จแล้วเมื่อมีโอกาสจะตอบแทนสังคม ทั้งด้านกำลังทรัพย์และกำลังกายเท่าที่จะทำได้ เพราะต้องการให้สังคมคนชัยภูมิเป็นเมืองที่น่าอยู่







