
'ฅญาบาติก'ไหมไทยอินเตอร์ ยอดขายปีละ10ล้าน
“ฅญาบาติก” อาจจะไม่คุ้นหูคนไทย แต่สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยจะรู้จักเป็นอย่างดี
โดย ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
“ฅญาบาติก” อาจจะไม่คุ้นหูคนไทย แต่สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยจะรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมีวางขายในช็อปคิง เพาเวอร์ต่างๆ ถึง 6 สาขา
ชนันญา หรือ นิด ดรเขื่อนสม ชาว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เจ้าของแบรนด์ฅญาบาติก บอกว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ขณะนั้นเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ที่ตลาดประตูน้ำ เจอกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 จึงได้เลิกกิจการและกลับบ้านเกิด สนใจการทำผ้าเช็ดหน้าบาติก ซึ่งหน่วยงานรัฐอบรมเพื่อส่งเสริมอาชีพ เมื่อเริ่มเป็นแล้วก็ทดลองทำผ้าเช็ดหน้าบาติกขายในราคาชิ้นละ 35 บาท ครั้งแรกสามารถขายได้ถึง 500 ชิ้น ทำให้มองเห็นอนาคตในตลาดผ้าบาติก
“จากนั้นจึงมีความคิดที่จะนำผ้าไหม สินค้าขึ้นชื่อของปักธงชัยมาเขียนลายบาติก ทำการสำรวจตลาดด้วยการสอบถามลูกค้าที่มาซื้อผ้าไหม ซึ่งพบว่าลูกค้าผ้าไหมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและนักธุรกิจ โดยสอบถามว่าถ้ามีผ้าบาติกที่ทำจากผ้าไหมจะชื่นชอบหรือไม่ ซึ่งลูกค้าเหล่านั้นก็บอกว่าชื่นชอบมาก จึงทดลองทำขายในช่วงแรกประมาณ 100 ชิ้น ขายหมดเกลี้ยงภายในเดือนเดียว ต่อมามีร้านผ้าไหมสั่งให้ทำผ้าบาติกลายอีสานส่งเข้าประกวดจนได้รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ เมื่อมีชื่อเสียงก็มีออร์เดอร์เข้ามามากขึ้น”
เมื่อผลงานเป็นที่ยอมรับทำให้ชนันญาต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง จึงเป็นที่มาของแบรนด์ “ฅญาบาติก” ได้รับความนิยมและได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย จนกระทั่งเตะตาผู้บริหารคิง เพาเวอร์ จึงได้รับการทาบทามให้ทดลองทำส่งขายให้กับช็อปของคิง เพาเวอร์ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งวางจำหน่ายติดต่อกันมา 5 ปีแล้ว ปัจจุบันมีออร์เดอร์ไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 ชิ้น โดยมีผลิตภัณฑ์หลายชนิด อาทิ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋าสะพาย หมอนอิง หมอนรองคอ และกระเป๋าสตางค์
“ผ้าไหมบาติกแต่ละชิ้นสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าไหมได้นับสิบเท่า เช่น ผ้าพันคอ และผ้าคลุมไหล่ ปกติถ้าขายตามร้านผ้าไหมทั่วไปจะราคาผืนละ 500-600 บาท แต่เมื่อนำไปวางขายในช็อปคิง เพาเวอร์ จะสามารถขายได้ในราคาสูงถึงผืนละ 2,500-3,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันแบรนด์ฅญา
มีทีมงานเขียนลายผ้าบาติกอยู่ 6 คน และได้ทำงานร่วมกับชุมชน โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปักธงชัย เกือบ 40 ราย ทอผ้าไหมส่งมาให้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 หมื่นบาทเลยทีเดียว”
ชนันญา บอกว่า สิ่งที่ทำให้ผ้าไหมบาติก “ฅญาบาติก” สามารถขายได้ในราคาสูงกว่าผ้าไหมปกติทั่วไปนั้น เนื่องจากขายความเป็นศิลปะ ทุกผืนจะเป็นงานแฮนด์เมด เขียนลวดลายจากมือล้วนๆ ทำให้แต่ละผืนมีลวดลายที่แตกต่างกัน เมื่อมีเพียง 1 ลาย 1 ผืน จึงทำให้สินค้ามีมูลค่าสูงขึ้นทันที
“กว่าผ้าไหมบาติกแบรนด์ฅญาจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องอาศัยความพยายามและอดทนเป็นอย่างมาก พยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา พร้อมกับนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาปรับเป็นสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ล้มเหลวบ้างแต่อย่าล้มเลิก ขอเพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถประสบความสำเร็จ” ชนันญา บอกถึงความเชื่อมั่น ซึ่งทำให้เธอประสบความสำเร็จ







