posttoday
สมดุลของความเจริญ และความสงบสุข

สมดุลของความเจริญ และความสงบสุข

08 ธันวาคม 2561

ทันทีที่รู้ว่าจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูวิ่งผ่านแถวบ้านย่านติวานนท์

โดย ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม  

ทันทีที่รู้ว่าจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูวิ่งผ่านแถวบ้านย่านติวานนท์ แรกๆ ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ว่าต่อไปเราจะสะดวกสบายขึ้น มีทางเลือกให้เดินทางมากกว่าเดิมที่รวดเร็วขึ้น และนับถอยหลังรอวันสร้างเสร็จในปี 2563

ผมไม่ปฏิเสธการมาของรถไฟฟ้า เพราะเป็นทิศทางที่ทุกรัฐบาลเดินหน้าเพื่อสร้างระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่แก้ปัญหาวิกฤตจราจร จนปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ขยายมากมายหลายเส้นทางนับ 10 สาย หากสร้างเสร็จเต็มที่ในปี 2572 เราก็จะก้าวสู่ “มหานครระบบราง” เทียบชั้นหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว

แต่ผลจากโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ทำให้เกิดการย้ายถิ่นของประชากรในพื้นที่แนวรถไฟฟ้ามากขึ้น อาคารชุด คอนโดมิเนียม ร้านสะดวกซื้อ วินมอเตอร์ไซค์ ผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว รองรับโอกาสทองที่กำลังมาถึง

ความสะดวกสบายเข้ามาจริง แต่ผลกระทบที่ตามมามีมาก ตั้งคำถามกันว่ารถไฟฟ้านี่มันดีกับคนในพื้นที่หรือคนนอกพื้นที่ที่ย้ายถิ่นเข้ามากันแน่ คอนโดที่สร้างขึ้นมากมายทำให้คนแปลกหน้าเข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนั้นมากขึ้นอีกนับพันนับหมื่น เหมือนขนประชากรทั้งตำบลหรือบางอำเภอมาอยู่ด้วย

สิ่งที่ตามมาคือความเบียดเสียด การจราจรแออัด ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินจากที่เคยอยู่กันอย่างสงบเป็นหมู่บ้านปิด มีเพื่อนบ้านคอยถามสารทุกข์สุกดิบ คอยดูแลเป็นหูเป็นตาให้มีความเป็นชุมชนในเมือง แต่ความเจริญทางวัตถุที่ทะลักเข้ามาได้ทำลายสิ่งเหล่านี้ไปเสีย เช่น เขต เทศบาล มาทุบกำแพงหมู่บ้านขอใช้เป็นทางลัด หรือซอยในหมู่บ้านที่เคยเงียบ ถูกป้ายปักกำหนดให้เป็นทางออกพิเศษเพื่อระบายรถ จนวิ่งกันขวักไขว่ทั้งวันทั้งคืนส่งเสียงรบกวน พื้นที่ที่เคยเป็นศาลา ลานปรับทุกข์ของคนในหมู่บ้าน ต้องหายไป และไม่สามารถเอาผิดใครได้ ทั้งที่คนซื้อบ้านแต่เดิมเลือกเพราะเป็นพื้นที่ที่สงบ

ทว่า เหตุผลของอีกฝ่ายบอกให้ต้องจำยอม อย่าปฏิเสธหรือเห็นแก่ตัว เพราะมันคือความเจริญ คุณต้องยอมรับ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว

ไม่มีใครปฏิเสธการพัฒนา แต่การพัฒนาที่ดีควรจะสมดุล เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่ใช่สร้างสิ่งหนึ่งแต่ทำลาย ละเมิด อีกสิ่งที่อยู่กันมาอย่างยาวนาน เหมือนคอนโดสร้างมาภายหลังแล้วล้อมวัด และขอให้วัดหยุดตีระฆังตามประเพณี

มันเป็นปัญหาคลาสสิกที่เกิดขึ้นทุกที่ โดยเฉพาะในที่ที่กฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้บังคับใช้กฎหมายเพิกเฉย ปล่อยให้ “เงินใต้โต๊ะ” มากำหนดกติกาความเป็นใหญ่

การที่คนหมู่มากที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ระเบียบ วินัย ต้องเคารพข้อตกลง กฎหมาย เว้นแต่สังคมนั้นมีสำนึกจริยธรรมสูง มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง กฎหมายก็ไม่ต้องใช้เข้ามาควบคุม

ในสังคมเมือง คนจำนวนไม่น้อยยังมักง่าย ไร้ระเบียบ ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎจราจร พบเห็นบ่อยก็ฝ่าไฟแดง มอเตอร์ไซค์ยังฝ่าได้ต่อหน้าตำรวจที่เป็นผู้รักษากฎหมาย ฝรั่งเห็นยังอึ้งทึ่ง ขายของบนทางเท้าจนประชาชนต้องมาเสี่ยงเดินบนท้องถนนแทน กระทั่งขับมอเตอร์ไซค์บนทางเท้าเกิดอุบัติเหตุชนเด็กบาดเจ็บ

ว่ากันว่าคนที่ทำถูกกฎหมาย ถ้าอยู่ในดงหรือในสังคมที่ทำผิดกฎหมายมากๆ หากไม่ทำตามก็จะกลายเป็นคนโง่ ซ้ำร้ายอาจเกิดอันตรายกับตัวเองได้ ห้วงเวลาหนึ่งเราจึงต้องเป็น “คนป่า” พร้อมจะละเมิดทุกอย่าง เพราะถ้าไม่พลิกแพลงหรือมักง่ายก็ไม่มีทางถึงที่หมาย ในพื้นที่ท้องถนนหลายแห่งจึงเหมาะกับการทำผิดกฎหมาย ตำรวจเองก็รู้เห็นเป็นใจ ไม่ก็รับส่วนแบ่งเอาเสียเอง

เรามักชื่นชมนิสัยแบบไทยๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา การประนีประนอม รอยยิ้ม แต่เราก็ชอบรอมชอมกับสิ่งที่ไม่ควรอะลุ้มอล่วยให้ หลายเรื่องต้องบังคับใช้กฎหมายตรงไปตรงมา เราเห็นป้ายจราจรในเมือง “เข้าเขตบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด” แสดงว่ามีเขตยืดหยุ่นไม่ต้องเข้มข้นกับบทบัญญัติกฎหมาย จะทำอะไรก็ได้ ถึงได้อลหม่าน กระทบกับคนที่เคารพกฎเกณฑ์บ้านเมือง

ขบวนรถไฟฟ้าที่มากับความเจริญ จึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นการนับหนึ่งกับชะตากรรมของคนในพื้นที่นั้นๆ ที่ต้องรับกับผลกระทบอีกด้านที่ตามมา แต่ถ้าทุกอย่างปฏิบัติตามกฎหมาย ทำตามกฎผังเมือง ก็ไม่เกิดปัญหาในการอยู่ร่วมกัน สิ่งแวดล้อมไม่ถูกทำลาย สุดท้ายก็เคารพและยอมรับการพัฒนาที่เกิดขึ้น เช่น หากจะสร้างคอนโดรองรับรถไฟฟ้า ก็มีกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อาคารชุด กฎกระทรวง ทั้งการสำรวจความเห็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถ้าสร้างติดถนนสาธารณะต้องมีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 10 เมตร กำหนดเป็นเงื่อนไข ไม่ให้สร้างจนไปเบียดบังทางถนน หรือกระทบต่อการจราจร

หลายคดีประชาชนผู้อยู่อาศัยต้องพึ่งศาลปกครอง เอาผิด กทม. และผู้อำนวยการเขต เจ้าพนักงานท้องที่ ที่ละเลยต่อหน้าที่ไม่ตรวจสอบการอนุญาตว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ท่ามกลางความสงสัยมีนอกมีในกับเจ้าของอาคารชุดที่ก่อสร้าง

นึกถึงเสียงจากคนฝั่งธนฯ ที่บ่นว่า ไอคอนสยาม เมกะโปรเจกต์แลนด์มาร์คแห่งใหม่มูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่ก็สร้างปัญหาจราจรให้กับคนย่านนั้น สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเราเคารพกฎหมายกันจริงจังแค่ไหน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องทำหน้าที่รักษากฎหมายเพื่อให้สังคมอยู่ด้วยกันอย่างมี
กฎเกณฑ์กติกา เกิดเป็นวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท