posttoday
จัดการดี ไม่ต้องหนีซอง

จัดการดี ไม่ต้องหนีซอง

04 ธันวาคม 2561

“งานนี้ใส่ซองเท่าไหร่ดี” หลายครั้งที่เราคงเคยถามตัวเอง หรือได้ยินคนรอบข้างถามคำถามนี้บ่อยๆ

เรื่อง ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

“งานนี้ใส่ซองเท่าไหร่ดี” หลายครั้งที่เราคงเคยถามตัวเอง หรือได้ยินคนรอบข้างถามคำถามนี้บ่อยๆ ยิ่งช่วงปลายปี งานมงคลก็ต่อคิวรอเราไปร่วมแสดงความยินดีเพียบ

โดยเฉพาะงานแต่งงานที่มารัวๆ ช่วงหน้าหนาว แถมยังมีงานอื่นๆ เช่น งานกฐินช่วงหลังออกพรรษา หรืองานที่กระจายตัวทั่วทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นงานศพ งานบวช งานขึ้นบ้านใหม่ เพื่อนหรือญาติคลอดลูก ฯลฯ

เจอแบบนี้การเงินของเราก็อาจสะดุดเพราะภาษีสังคมที่มักหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใจหนึ่งก็สงสารตัวเอง แต่อีกใจก็กลัวจะเสียเพื่อนหรือความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของซองกลายเป็นเรื่องที่ตัดสินใจลำบาก แถมถ้าไม่วางแผนล่วงหน้า รับรองว่ากระเป๋าแบนแน่นอน

เราจึงขอแนะนำ 5 วิธีการจัดการค่าใช้จ่ายทางสังคมแบบง่ายๆ ที่จะสามารถช่วยให้เราผ่านเรื่องแบบนี้ไปได้อย่างสบาย แถมได้ใจเจ้าภาพอีกด้วย

1.จ่ายเท่าที่เราไหว ในปีหนึ่งๆ เรามักต้องจ่ายค่าภาษีสังคมให้กับหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว เพื่อนสนิท เพื่อนสมัยเรียน เพื่อนร่วมงาน บางครั้งอาจเป็นคนที่เรารู้จักห่างๆ

เพราะฉะนั้น “จงจ่ายเท่าที่ไหว” โดยประเมินจากฐานะของเราเอง ไม่จำเป็นต้องโชว์ความใจกว้างด้วยการทุ่มใส่ซองหนาๆ เพื่อรักษาหน้าหรือทำให้เราดูเป็นคนใจดี

ตั้งงบประมาณในใจว่าความสนิทระดับไหนควรจะใส่ซองเท่าไหร่ หรือดูความจำเป็นของเจ้าของงานประกอบ เช่น บ่าวสาวที่เรารู้ว่าเขาต้องช่วยกันผ่อนเรือนหอ ก็น่าจะให้มากกว่าคู่ที่ฐานะทางบ้านดีอยู่แล้ว

และอย่าเอามาตรฐานการใส่ซองของคนอื่นมาเทียบกับตัวเรา ถึงแม้ว่าเงินเดือนเราและคนรอบข้างจะไม่ต่างกันมาก แต่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของแต่ละคนอาจจะต่างกัน

ถ้ากังวลว่าเราจะใส่ซองน้อยเกินไปจนดูไม่ดี ก็ใช้วิธีการฝากซองพร้อมแนบการ์ดน่ารักๆ เขียนข้อความแสดงความยินดีแทนการเข้าร่วมงาน ทำแบบนี้แล้วจะได้สบายใจไม่รู้สึกผิด

2.ตั้งงบต่อเดือน ปกติแล้วในการจัดงานต่างๆ เจ้าภาพมักจะมีการเชิญล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

ดังนั้น เราจะทราบแล้วว่า เดือนหน้ามีงานกี่งานที่เราต้องเตรียมใส่ซอง แล้วตั้งงบประมาณโดยดูจากรายได้ ค่าใช้จ่ายจำเป็น และเงินออมของเราเป็นหลักไม่ให้เกินกำลังจนเกินไป

เช่น เดือนหน้าจะมีงานแต่ง 2 งาน คิดว่าจะใส่ซองงานละ 1,000 บาท เราก็จะต้องแบ่งเงินไว้สำหรับเดือนหน้าเป็นจำนวน 2,000 บาท

หรือจะดำเนินการเชิงรุกลองสืบข่าวจากเพื่อนๆ ล่วงหน้าว่าใครมีแววจะสละโสดหรือน่าจะมีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้น ก็จะได้ช่วยให้เราตั้งงบสำหรับเดือนนั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น

3.ทยอยเก็บล่วงหน้า ถึงแม้ว่าภาษีสังคมจะไม่ได้จ่ายทุกเดือน แต่การทยอยเก็บเงินไว้ล่วงหน้า คงจะเป็นทางออกที่ดีที่จะทำให้เราไม่ชอร์ต ไม่ต้องวิ่งหนีซอง

เช่น แบ่งเงินเดือนละ 5-10% ไว้สำหรับจ่ายภาษีสังคมโดยเฉพาะ จะหยอดใส่กระปุก หรือเก็บในบัญชีออมทรัพย์หรือออมทรัพย์พิเศษได้ตามสะดวก ถึงช่วงมีงานก็ดึงเงินที่เก็บไว้มาใช้

วิธีนี้จะช่วยคลายความกังวลในการหาเงินใส่ซองได้เป็นอย่างดี เพราะเราให้โอกาสตัวเองเตรียมตัวล่วงหน้าไม่กระชั้นชิดอุ่นใจเพราะมีเงินพร้อมจ่ายอยู่แล้ว สิ้นปีถ้ามีเงินเหลือก็เอาไปออมหรือลงทุนต่อไปได้

4.จ่ายแล้วจด ใส่ซองทุกครั้ง อย่าลืมจดบันทึกว่าเราใส่ซองไปเท่าไหร่ ไม่ใช่เพื่อที่จะหวังได้เงินคืนในภายหลัง แต่การจดบันทึกจะช่วยให้เราสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในอนาคตได้ด้วย

เช่น ลองจดค่าภาษีสังคมที่จ่ายไปทั้งหมดในปีนี้ เพื่อนำมาตั้งงบประมาณภาษีสังคมในปีต่อไป และไม่ใช่เฉพาะค่าใส่ซองที่ต้องจด แต่ควรรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นในการไปร่วมงาน เช่น ค่าเดินทาง เสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าธีมงาน ของขวัญ ฯลฯ

เพราะการจดบันทึกรายจ่ายทุกอย่างจะเหมือนเป็นกระจกสะท้อนที่ทำให้เราสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้ดีขึ้น ทำให้รู้ว่าเรามีค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทมากเท่าไหร่ในหนึ่งปี และเราอาจเจอวิธี ลด ละ เลิก ค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นมาเปลี่ยนเป็นเงินออมได้อีก

5.หัดปฏิเสธบ้าง ในที่นี้ไม่ใช่การปฏิเสธรับซอง แต่คือการยอมรับกับเจ้าภาพว่าช่วงนี้สถานะการเงินของเราเป็นอย่างไร เรามีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายมากแค่ไหน

จัดการดี ไม่ต้องหนีซอง

หากเป็นกลุ่มคนที่สนิทกันอาจจะขอช่วยงานตามความสามารถของเราแทน เช่น เป็นพิธีกร ถ่ายภาพ เตรียมของชำร่วย ช่วยจัดการพิธี หรือขอเปลี่ยนเป็นให้ของขวัญทำมือจากใจของเราแทน

เรื่องของความเหมาะสมในการใส่ซองไม่มีข้อกำหนดที่แน่ชัด เราจึงควรดูฐานะของตนเองเป็นหลัก อย่าใส่น้อยไปจนดูไม่เต็มใจ หรือมากเกินไปจนตัวเองลำบาก

ส่วนฝั่งเจ้าภาพผู้จัดงานก็ให้นึกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของงานเข้าไว้ ไม่จัดงานเกินกำลังทรัพย์ที่มี

อย่ายอมเป็นหนี้เพราะการจัดงานแล้วหวังเรียกทุนคืนจากซอง

ถ้าลองทำตามนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้ความขุ่นข้องหมองใจในการจัดงานและการใส่ซองจะไม่เกิดขึ้น บัวก็ไม่ช้ำ น้ำก็ไม่ขุ่น แถมความสัมพันธ์ที่ดีของผู้จัดงานและผู้ถูกเชิญก็ยังคงอยู่ตลอดไป

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน