posttoday
Hear & Found ลองฟังแล้วจะเข้าใจ

Hear & Found ลองฟังแล้วจะเข้าใจ

02 ธันวาคม 2561

พลังจากคนรุ่นใหม่สองคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย

โดย กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

พลังจากคนรุ่นใหม่สองคนที่ต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย โดยใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านและการขับร้องจากคนในพื้นที่มาเป็นสื่ออันสุนทรีย์บอกเล่าวิถีชีวิต เพื่อเปลี่ยนทัศนคติที่ผิดเพี้ยนและช่วยอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านไว้ไม่ให้หายไป ศิรษา บุญมา และ ปานสิตาศศิรวุฒิ จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง เฮียร์ แอนด์ ฟาวด์ (Hear & Found) ธุรกิจเพื่อสังคมที่มีความเชื่อว่า “ดนตรีสามารถพูดได้”

ทั้งสองคนอยู่ในแวดวงธุรกิจเพื่อสังคมด้านการท่องเที่ยวชุมชนมานานกว่า 2 ปี ประกอบกับศิรษาเคยศึกษาอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยทำโปรเจกต์เกี่ยวกับดนตรีและชุมชน ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้ได้เจอกับเครื่องดนตรีชนเผ่าชนิดหนึ่งที่มีโอกาสสูญหายไป จึงจุดประกายให้เธออยากรักษาเครื่องดนตรีพื้นบ้านไว้ ซึ่งเท่ากับเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย

เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งคู่จึงได้เสนอไอเดียไปที่ สกูล ออฟ เชนจ์เมคเกอร์ (School of Changemakers) เป็นโครงการบ่มเพาะผู้ที่อยากทำธุรกิจเพื่อสังคม โดยการขัดเกลาให้โครงการเพื่อสังคมกลายเป็นธุรกิจเพื่อสังคมได้จริง

“เราได้รับการโค้ช ผ่านการตอบคำถามต่างๆ จนทำให้เราได้รู้ว่า การหายไปของวัฒนธรรมไม่ใช่ปัญหาสังคม มันยังไม่ใช่เรื่องของทุกคน ยังไม่ใช่ปัญหาปากท้อง เราจึงต้องกลับมาทำความเข้าใจให้ลึกลงไปอีก และค้นพบว่าปัญหาสังคมที่แท้จริงของเรื่องนี้คือ คนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยมีอยู่ 20 กว่าชนเผ่า มีประชากรอยู่ 7 ล้านกว่าคน พวกเขารู้สึกถูกมองว่าเป็นผู้ร้าย เพราะคนเมืองหรือคนที่อยู่นอกพื้นที่เข้าใจผิดคิดว่าชาวเขาเป็นคนค้ายาเสพติด หรือชาวปะเกอกะเญอเป็นคนเผาป่า ทำลายป่า ซึ่งจริงๆ แล้วในระบบไร่หมุนเวียน การเผาป่าเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้เกิดกระบวนการเติบโตของต้นไม้ต่อไป และเป็นการรักษาป่าในรูปแบบของเขา

Hear & Found ลองฟังแล้วจะเข้าใจ

การถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายทำให้คนชนเผ่าต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตัวเอง และทำให้พวกเขาสูญเสียความภาคภูมิใจ เราจึงอยากนำดนตรีซึ่งเป็นสื่อที่เฟรนด์ลี่ เป็นสื่อที่มีหน้าที่ที่ไม่ใช่เอนเตอร์เทน แต่มีหน้าที่ที่จะเชื่อมคนเข้าหากัน และจะเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาสังคม คือ เป็นสื่อสร้างความเข้าใจ เพราะปัญหาของคนชนเผ่าคือ การถูกเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นเราจึงอยากนำดนตรี นำเรื่องเล่า นำบทเพลงของเขามาสื่อสาร และทำให้คนรู้จักกันมากขึ้น” ศิรษา กล่าว

ปานสิตา เสริมว่า ทุกชนเผ่าล้วนมีเครื่องดนตรีของตัวเอง ซึ่งเครื่องดนตรีชนิดเดียวสามารถบ่งบอกถึงวิถีชีวิต สภาพถิ่นที่อยู่ ความเชื่อ และบทเพลงก็เป็นเหมือนสมุดบันทึกเรื่องราววัฒนธรรม ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีปัญหาเรื่องการสืบทอด เพราะดนตรีและคำร้องไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถูกถ่ายทอดแบบมุขปาฐะหรือปากต่อปาก

“ดนตรีคลาสสิกหรือดนตรีแจ๊ซประสบความสำเร็จเพราะมีการบันทึกโน้ต มีการทำสื่อออกมาทำให้คนเข้าถึงและนำไปใช้เล่นต่อ แต่สำหรับดนตรีชนเผ่าหรือดนตรีไทยบางประเภทที่บันทึกโน้ตไม่ได้ ร่วมกับนักดนตรีไม่สามารถทำเป็นอาชีพได้ ทำให้เสี่ยงต่อการสูญหาย ซึ่งเราก็เชื่อว่าถ้าสามารถสร้างความเข้าใจให้ได้ก่อน คนจะให้ความสนใจ และการสืบทอดจะตามมาเอง”

กิจกรรมแรกที่ เฮียร์ แอนด์ ฟาวด์ จัดขึ้นคือ งานดนตรีจากเขา เป็นงานแสดงดนตรีจาก ‘ดิปุ๊นุ’ ศิลปินชาวปะเกอกะเญอ บ้านป่าแป๋ จ.ลำพูน ที่ได้นำบทเพลงภาษาถิ่นและเครื่องดนตรีประจำชนเผ่าที่ชื่อว่า ‘เตหน่ากู’ มาบอกเล่าเรื่องราวการอยู่กับป่า ความผูกพัน และการเคารพป่า เพราะผืนป่าเป็นทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย และเป็นแหล่งกำเนิดของเครื่องดนตรีชนิดนี้

Hear & Found ลองฟังแล้วจะเข้าใจ

นอกจากนี้ เมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมายังได้จัดการแสดงดนตรีของวงคลีโพ วงดนตรีชาวปะเกอกะเญอ จ.เชียงใหม่ ขับร้องทั้งเพลงภาษาไทยที่แต่งขึ้นใหม่ และเพลงดั้งเดิมของชนเผ่าที่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยศิลปินได้นำเตหน่ากูมาเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีร่วมสมัยอย่างแซ็กโซโฟนและเบส

เมื่อดนตรีคือสื่อ ดังนั้นวิธีการสื่อสารจึงสามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบเวทีพูดคุยประกอบดนตรีหรือรูปแบบคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่เพิ่งจัดไป ซึ่งสิ่งที่จะสร้างความเข้าใจคือ ความหมายของเพลง

“เราจะทำหน้าที่สร้างสื่อกลางระหว่างศิลปินและคนฟัง เช่น ทำวิดีโอแปลเพลงภาษาปะเกอกะเญอเป็นภาษาไทยให้คนฟังเข้าใจความหมาย เข้าไปลำดับเพลงตั้งแต่ต้นจนจบเพื่อสร้างอารมณ์การฟังและทำให้เปิดรับความเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยเพลงมีทั้งเรื่องราวของความรักและสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้น เช่น เพลงกะเหรี่ยงรักสันติภาพ พูดถึงการถูกตัดสินใจจากสังคม แต่แท้จริงแล้วคนปะเกอกะเญอเป็นคนรักสันติภาพ หรือเพลงเสียงแว่วจากผู้เฒ่า เล่าถึงการถูกย้ายถิ่นมาหลายรุ่นหลายยุคสมัย ซึ่งเป็นการส่งต่อเรื่องราวให้คนเมืองได้รู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง” ปานสิตา กล่าว

ทั้งสองคนได้พิสูจน์แล้วว่า ดนตรีสามารถพูดได้จริง แต่วิธีการนำเสนอที่จะทำให้สนุกมากขึ้นคือ การท่องเที่ยว “เราอยากนำการท่องเที่ยวกับดนตรีมาเจอกัน” ศิรษา กล่าวต่อ “ตอนนี้ดนตรีในการท่องเที่ยวมักจะอยู่ในรูปแบบของการแสดงระหว่างรับประทานอาหาร ซึ่งดนตรีกับคนฟังไม่ได้คุยกันนอกจากความเพลิดเพลิน เราจึงอยากนำดนตรีมาอยู่ระหว่างการท่องเที่ยว เช่น เล่นเพลงที่เกี่ยวกับไร่หมุนเวียนกลางไร่หมุนเวียนจริงๆ เพื่อให้คนฟังได้เห็นภาพจริงและเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การท่องเที่ยวยังเป็นตัวช่วยในเรื่องของการทำธุรกิจ เพราะเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่อยู่แล้ว”

Hear & Found ลองฟังแล้วจะเข้าใจ

หากสรุปว่า เฮียร์ แอนด์ ฟาวด์ คือ ธุรกิจเพื่อสังคมประเภทไหน ทั้งสองคนใช้คำว่าเป็น ภัณฑารักษ์ด้านดนตรี (Music Curator) คือ ผู้จัดหาและนำเสนอดนตรีผ่านรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะยึดแนวทางของการเป็น “ตัวกลาง” เชื่อมโยงคนในสังคมกับคนชนเผ่าหรือคนพื้นเมืองได้มาทำความรู้จัก มาทำความเข้าใจ และเข้าถึงกันมากขึ้น

สิ่งที่พวกเขากำลังทำไม่ได้แค่สร้างความเข้าใจที่ถูก แต่อาจจะไปลดความขัดแย้งทางความคิด ดังเช่นชื่อของ เฮียร์ แอนด์ ฟาวด์ ที่แปลว่า ได้ยิน และค้นพบ เมื่อลองฟังแล้วอาจได้ค้นพบอะไรบางอย่างจากเสียงเพลง

ติดต่อหรือติดตามกิจกรรมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Hear & Found หรือ โทร. 08-6989-5989 (ศิรษา)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท