
ถังน้ำมันยักษ์ ทางเชื่อมต่อกับสรวงสวรรค์
ซีรี่ส์ละครดังเกาหลีเรื่องหนึ่ง ชื่อว่า “ฮวายูกิ 화유기”
โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย
ซีรี่ส์ละครดังเกาหลีเรื่องหนึ่ง ชื่อว่า “ฮวายูกิ 화유기” ซึ่งแปลเป็นไทยกันมาว่า “รักวุ่นทะลุพิภพ” ...แท้จริงแล้วเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ของเทพเจ้าแห่งลิงในมหากาพย์ไซอิ๋วของจีนที่เกาหลีเอามาดัดแปลงนั่นเอง รอยต่อของพล็อตเรื่องน่าจะมาจากจุดที่ “ซึงหงอคง” ได้หมดหน้าที่เมื่อพันกว่าปีก่อน คือ เดินทางกลับจากชมพูทวีปและส่งพระถังซัมจั๋งกลับมาถึงแผ่นดินจีนสำเร็จแล้ว “ซึงหงอคง” ก็ได้จำศีลอยู่นานจนโลกหมุนไปนับพันปี เกาหลีบอกว่า ที่จริงไม่ได้จำศีลแต่ถูกเง็กเซียนฮ่องเต้ลงโทษกักบริเวณ ด้วยโทษฐานขโมยพัดเหล็กของเจ้าหญิงพัดเหล็กซึ่งเป็นชายาของราชาปีศาจวัวต่างหาก...เรื่องเล่าแบบเกาหลีก็มีอยู่ว่า...
เมื่อนาย “ชุนโอกง” (ในชื่อเกาหลี) ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในยุคดิจิทัล เขาได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อให้เด็กหญิงคนหนึ่งปลดปล่อยตนเองออกจากพื้นที่ที่ถูกกักบริเวณ แล้วหายตัวไปโดยไม่ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กหญิง เวลาผ่านไปราว 20 ปี จึงกลับมาพบว่าที่จริงแล้ว เด็กหญิงคนนั้นได้เติบโตมาเป็นหญิงสาวที่มีตาทิพย์ สามารถมองเห็นวิญญาณได้ และนางคือ “ซัมจั๋ง” (พระถังซัมจั๋ง) กลับชาติมาเกิดเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติให้พ้นภัย ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นชะตาฟ้าลิขิตให้ “ชุนโอกง” ต้องทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองนางอย่างบิดพลิ้วมิได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกลงโทษด้วยเครื่องมือวิเศษ...
เรื่องของจีนเป็นรัดเกล้าบีบศีรษะ แต่เกาหลีเป็นกำไลบีบรัดหัวใจให้เจ็บปวดแสนสาหัส “กำไลบีบหัวใจ” นั้น บอกเป็นนัยว่า ความรักบังคับให้คนทำอะไรเพื่อคนที่ตนรักได้ทุกอย่าง “กำไลวิเศษ” นี้จึงได้ถูกส่งมาหลอกล่อจนซุนโอกงยอมเอามาใส่ หาก “ชุนโอกง” ทำผิด หรือละเลย “ซัมจั๋ง” เมื่อไร เป็นต้องโดนดี กำไลจะเข้าไปบีบรัดที่หัวใจจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ ... ลองนึกถึงภาพของชาย-หญิง ที่สูญเสียคนรัก หรือพ่อแม่ที่หัวใจสลายเมื่อสูญเสียลูกไป คงได้ผลเดียวเช่นกับกำไลบีบหัวใจ... หากคนเรารักแต่ปล่อยวางได้ ไม่ยึดมั่นในกำไล (ความรัก) ก็คงไม่ต้องเจ็บปวด... ตีความได้ประมาณนี้ค่ะ
ในเนื้อเรื่องยังบอกอีกว่า โลกนี้มีคนที่เป็น “ซัมจั๋ง” อยู่ตลอดเวลา กล่าวคือ คนที่ต้องเกิดมาในฐานะของพระโพธิสัตว์เช่นเดียวกับพระถังซัมจั๋งก่อนบรรลุธรรม ซึ่งมีหน้าที่ต้องช่วยมวลมนุษยชาติจนตัวตายอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ จึงมีซัมจั๋งคนแล้วคนเล่าเกิดมาในโลกเป็นตัวตายตัวแทนกันมาสละชีวิตเพื่อคนอื่นๆ...นับว่าเป็นแนวคิดที่ดีไม่น้อย ในโลกแห่งความจริง ก็ยังมีคนที่มีจิตใจเมตตาต่อมนุษย์และสัตว์ที่น่ายกย่องเช่นนั้นอยู่มาก เมื่อดูจนจบแล้วก็เห็นว่า ละครเรื่องนี้ดีงามอยู่ ในแง่ที่ยกย่องและส่งเสริมคุณธรรมความดี แล้วก็ลืมเลือนเรื่องละครนี้ไปตามกาลเวลา จนกระทั่งหนึ่งปีผ่านไป ก็ได้ไปพบเห็นสถานที่จริงซึ่งเคยอยู่ในฉากละครมาก่อน สมองส่วนความจำจึงตื่นตัวขึ้นมาอีกค่ะ...
ณ ที่นั้น เป็นอาคารรูปทรงกลมขนาดใหญ่ที่จุคนได้นับร้อยคน ครึ่งวงกลมเป็นกระจกที่มองเห็นหินผาที่โอบล้อมโดมแก้วที่สูงกว่าสิบเมตรนี้ไว้ ลายหินและพรรณไม้ที่เกาะตามหินผาดูแปลกตาและงดงาม ในเรื่องเอามาเป็นฉากสำคัญ ระบุว่า เป็นห้องพิจารณาคดีของเหล่าเทพตกอับที่โดนอัปเปหิมาจากสวรรค์ให้ชดใช้กรรมบนโลก และเป็นจุดเชื่อมการติดต่อสื่อสารกับสวรรค์ชั้นฟ้า...ตอนที่ดูละครยังคิดว่า คงไปถ่ายทำที่โรงแรมหรูที่ไหนสักแห่ง ที่มีทุนมหาศาลจึงสามารถตกแต่งล็อบบี้โรงแรมออกมาได้เลอเลิศถึงขนาดนี้...ที่แท้ก็เป็น ถังน้ำมันยักษ์ เก่าแก่กว่า 40 ปี ที่เคยจุน้ำมันสำรองยามฉุกเฉินของกรุงโซลไว้ แล้วได้นำมาก่อสร้างดัดแปลงใส่ดีไซน์สมัยใหม่เข้าไป นี่เอง...
…คำถามต่อจากตอนที่แล้ว...ที่ว่า ผู้บริหารกรุงโซลจะเลือกอะไร ระหว่าง “สนามแข่งขัน 2002 FIFA World Cup กับถังสำรองน้ำมันขนาดมหึมา 67 ล้านลิตร สามารถจ่ายไฟฟ้าให้กรุงโซลได้นาน 1 เดือน”... ก็คงได้คำตอบแล้วนะคะ ...เกาหลีได้เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลกไปในปี 2002 เมื่อเริ่มก่อสร้างสนามกีฬา แหล่งสำรองน้ำมันของชาติลับสุดยอดแห่งนี้ก็ต้องปิดตัวลง เพราะตามกฎฟีฟ่า สนามแข่งขันจะอยู่ใกล้สถานที่เก็บกักน้ำมันไม่ได้ ในที่สุดถังน้ำมันเก่าที่สร้างจากเหล็กกล้าทนไฟ หนาถึง 2 ชั้น จำนวน 5 ถังก็ถูกทิ้งให้รกค้างอยู่บนเนินเขาตรงข้ามกับสนามกีฬา
และแล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อผู้บริหารกรุงโซลเริ่มโครงการฟื้นฟูสินทรัพย์เก่าแก่หมดอายุ ตามโครงการ Seoul Urban Regeneration พื้นที่รกร้างเชิงเขาหลายร้อยไร่กับถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่เคยเป็นความลับของทางราชการได้ถูกเปิดเผย นำออกมาสู่สาธารณชนเพื่อให้ร่วมกันลงประชามติว่า ควรจะทำอย่างไรกับพื้นที่ตรงนี้ดี...เสียงส่วนใหญ่ต้องการพื้นที่สีเขียวเพื่อรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของกรุงโซล เพื่อชาวโซล ดังนั้นจึงต้องการให้พัฒนาพื้นที่ตรงนี้เป็น Cultural Park จึงเป็นที่มาของ Oil Tank Cultural Park ที่เพิ่งเปิดให้บริการแก่ประชาชนเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมาค่ะ
ในเวลานั้น กรุงโซลได้เปิดให้ดีไซเนอร์ส่งข้อเสนอแผนและภาพร่างของการปรับปรุงถังน้ำมันนี้เข้ามาประกวดจนได้แผนงานของถังน้ำมันแต่ละถัง ว่าจะมีการตัด ขุด ทุบ รื้อ และสร้าง ตรงไหนอย่างไรบ้าง ในที่สุดก็ได้มาทั้ง สวนสาธารณะที่มีเวทีละครกลางแจ้ง โรงภาพยนตร์ คอนเสิร์ตฮอลล์ขนาดใหญ่ ห้องจัดนิทรรศการสำคัญ ฯลฯ อีกมากมาย...
(อ่านต่อฉบับหน้า)







