
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
รัฐแจกอั่งเปาให้ช็อปปิ้งคืนแวต 5%
รัฐแจกอั่งเปาให้ช็อปปิ้งคืนแวต 5%
กระทรวงการคลังเดินหน้าแจกอีก หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวโครงการช็อปช่วยชาติไปแล้ว ล่าสุดจะเปิดตัวโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้ประชาชนทุกคนเพื่อให้เป็นของขวัญวันตรุษจีน เป็นมาตรการเพื่อส่งเสริมระบบการชำระเงิน หรืออี-เพย์เมนต์ โดยทำเป็นมาตรการระยะสั้น 15 วัน ช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน
ทั้งนี้ จะคืนแวต 5% ให้กับผู้ที่ใช้จ่ายไม่เกิน 2 หมื่นบาท ซื้อสินค้าได้ทุกประเภท ยกเว้น เหล้า เบียร์ บุหรี่ หรือสินค้าบาปทุกชนิด โดยได้คืนภาษีสูงสุด 1,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องซื้อสินค้าผ่านบัตรเดบิตที่เป็นบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนเท่านั้น จะคืนภาษีผ่านบัญชีพร้อมเพย์ให้ภายใน 15-30 วัน หลังจากจบมาตรการ และคาดว่าจะใช้เงินสำหรับมาตรการนี้ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท
แฉกองทุนรวมค่าฟีแพงสร้างผลตอบแทนได้ต่ำ
ฮอตสุดสำหรับข่าวในตลาดทุนรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดย รพี สุจริตกุล เลขาธิการ ออกมาเปิดเผย ผลวิจัย “พฤติกรรมการลงทุนและลักษณะผลตอบแทนของกองทุนรวมหุ้นในประเทศไทย” พบว่ากองทุนรวมหุ้นในประเทศไทยที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ มีราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชีสูง และหุ้นที่มี Momentum สูง (หุ้นที่มีผลตอบแทนในอนาคตในทิศทางเดียวกับผลตอบแทนในอดีต) แต่ผลการดำเนินงานของกองทุนไม่ได้สูงเหมือนผลตอบแทนของหุ้นที่กองทุนได้เข้าไปไล่ซื้อ สะท้อนให้เห็นว่ากองทุนเป็นผู้เข้าซื้อหรือขายจนเป็นการไล่ราคา แต่ผู้ถือหน่วยลงทุนกลับไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่และยังมีค่าธรรมเนียมที่แพง
จ้างงานดี แต่หนี้พุ่ง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทย ประจำไตรมาส 3 ของปี 2561 พบว่า ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้นทั้งในและนอกภาคเกษตร อยู่ที่ 1.7% สูงสุดรอบ 22 ไตรมาส ภาคเกษตรอยู่ที่ 1.9% และนอกภาคเกษตรอยู่ที่ 1.6% ถือเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ตัวเลขว่างงานอยู่ที่ 3.7 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1%
สำหรับหนี้สินครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสินเชื่อส่วนบุคคลมียอดผิดนัดชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้น 9.7% ขณะที่ยอดผิดนัดเกิน 3 เดือนขึ้นไปของบัตรเครดิตลดลง 0.2% โดยยอดหนี้สินครัวเรือนทั้งระบบอยู่ที่ 12.34 ล้านล้านบาท
ที่ดินอีอีซีราคาเพิ่ม 5 เท่า
หลังจาก จ.ฉะเชิงเทรา ถูกกำหนดให้เป็นเมืองที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตเป็นสมาร์ทซิตี้ตามแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่งผลให้พื้นที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะราคาที่ดินช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้น 5 เท่า ราคาที่ดินติดถนนสายหลักไร่ละ 3-6 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่มเป็นไร่ละ 12-25 ล้านบาท ล่าสุดเดือน พ.ย.นี้ ขยับขึ้นอยู่ที่ตารางวาละ 3 หมื่นบาท ส่วนศรีราชาราคาที่ดินปรับขึ้น 5 เท่าเช่นกัน ราคาเฉลี่ยไร่ละ 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มต่อเนื่อง โดยปีนี้มี 12 โครงการ รวม 2,500 ยูนิต มูลค่ารวมราว 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบและเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยหรือที่เปิดร้านทำธุรกิจ







