
กัมพูชาขายยางพุ่ง24%
10 เดือนแรก กัมพูชาส่งออกยางเพิ่มขึ้น 24%
10 เดือนแรก กัมพูชาส่งออกยางเพิ่มขึ้น 24% สวนทางราคาดิ่ง วูบ 18% จีนตลาดหลัก
สำนักข่าวท้องถิ่นพนมเปญโพสต์ รายงานว่า กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง กัมพูชา (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries) ระบุว่า การส่งออกยางพาราของกัมพูชาในช่วงเดือน ม.ค.-ต.ค. 2561 เพิ่มขึ้น 24% ในขณะที่ราคายางพาราลดลงเฉลี่ย 18% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายโปล สุภา อธิบดีกรมยาง เปิดเผยว่า ผู้ผลิตยางในประเทศส่งออกยางจำนวน 161,571 ตัน ไปยังหลายประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และจีน ซึ่งกำลังเป็นจุดหมายปลายทางการส่งออกที่สำคัญ ทั้งนี้ปัจจุบันกัมพูชามีพื้นที่เพาะปลูกรวม 2.26 แสนเฮกตาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถกรีดยางพาราได้ 2.01 แสนเฮกตาร์
สำหรับแนวโน้มราคายาพาราที่ลดลงเฉลี่ย 18% ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2561 ทำให้ราคายางในปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,354 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยรายได้จากการส่งออกที่กัมพูชาได้รับในช่วง 10 เดือนแรก มีมูลค่า 218 ล้านดอลลาร์
“รัฐบาลกำลังพิจารณาแรงจูงใจด้านภาษี เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศและการส่งออกยางพารา” นายโปล สุภา กล่าว
ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 กัมพูชาได้ส่งออกยางพาราจำนวนทั้งสิ้น 140,303 ตัน เพิ่มขึ้น 25,240 ตัน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งราคายางพาราช่วง 9 เดือนแรก มีราคาเฉลี่ยลดลง 18% เช่นกัน โดยอธิบดีกรมยางคาดการณ์ว่าราคายางพาราจะปรับขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งมีปัจจัยจากตลาดส่งออก
ทั้งนี้ ในปี 2568 คาดการณ์ว่ากัมพูชาจะมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งสิ้น 4.5 แสนเฮกตาร์ โดยแม้ว่ากัมพูชาจะสามารถส่งออกยางพาราได้มากขึ้น แต่ราคายางพาราที่ตกต่ำไม่เป็นผลดีต่อผู้ผลิตมากนัก
รายงานข่าวก่อนหน้านี้ ระบุว่า อุตสาหกรรมยางพารากัมพูชา ได้รับผลกระทบจากการลักลอบค้ายางข้ามพรมแดนเวียดนาม ซึ่งในปี 2560 กัมพูชามีรายได้จากการส่งออกยางพาราประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ โดยส่งออกยางพาราจำนวน 1.89 แสนตัน







