
จับตากองทุนเอฟไอเอฟ
บีแคป คาดกองทุนเอฟไอเอฟลดความสำคัญ
บีแคป คาดกองทุนเอฟไอเอฟลดความสำคัญ เหตุนักลงทุนหันลงทุนตรงต่างประเทศ ชี้ใช้อีทีเอฟร่วมฟินเทค ทำให้การซื้อขายคล่อง
นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูร หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล (บีแคป) กล่าวในงาน “Thailand SEC Policy Dialogue 2018: Regulating by Market Forces” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่าอุตสาหกรรมจัดการลงทุนจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ จะถูกเก็บภาษี ทำให้ความน่าสนใจลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ ในส่วนของกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (FIF) มีโอกาสที่นักลงทุนจะไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศเองโดยตรงมากยิ่งขึ้น ทำให้กองทุน FIF อาจมีความสำคัญลดลง
นายธนาวุฒิ ยังมองว่า โครงสร้างของกองทุนรวมปัจจุบันไม่ดี การจะย้ายหรือสับเปลี่ยนกองทุนทำได้ยาก แต่กองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น (Exchange Traded Fund: ETF) สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และเมื่อใช้ ETF ร่วมกับฟินเทคจะทำให้การซื้อขายกองทุนสะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า การเก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ จะกระทบกับผลตอบแทนของกองทุนรวมบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากดอกเบี้ยหรือส่วนลดรับที่ต้องถูกหักภาษีไป 15% เช่น หากกองทุนลงทุนในตราสารหนี้อัตราดอกเบี้ย 2% ก็จะเหลือ 1.70% ดังนั้น บริษัทต้องหาทางสร้างผลตอบแทนให้เพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยส่วนที่ถูกหักภาษีไป
สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม บลจ.) เปิดเผยสถานะกองทุน FIF ณ วันที่ 31 ต.ค. 2561 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.04 ล้านล้านบาท คิดเป็น 20.94% ของอุตสาหกรรมกองทุนรวมซึ่งอยู่ที่ 4.9 ล้านล้านบาท
บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ระบุ 9 เดือนที่ผ่านมา กองทุน FIF ที่ลงทุนในหุ้นยังคงให้ผลตอบแทนติดลบเป็นส่วนใหญ่ นำโดยกองทุนหุ้นอินเดียติดลบ 15.32% กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ติดลบ 10.40% กองทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ติดลบ 10.18% กองทุนหุ้นอาเซียนติดลบ 8.68% กองทุนหุ้นจีนติดลบ 8.53% กองทุนหุ้นยุโรปติดลบ 0.42% โดยมีเพียงตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่นเท่านั้นที่มีผลตอบแทนเป็นบวก
ขณะที่มีเงินไหลเข้าลงทุนในกองทุน FIF โดย 5 อันดับแรกที่มีเงินไหลเข้าสุทธิก็ยังคงเป็นกองทุนหุ้น นำโดยกองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกเงินไหลเข้า 3.2 หมื่นล้านบาท กองทุนหุ้นโลก 1.7 หมื่นล้านบาท กองทุนหุ้นจีน 1.6 หมื่นล้านบาท กองทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) 1.4 หมื่นล้านบาท และกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่เงินไหลเข้า 8,897 ล้านบาท







