
เดคโด มุ่งสร้างแบรนด์ ตั้งเป้า 3 ปี ขยาย15สาขา
เดคโด ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 มุ่งสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง ตั้งเป้า 3 ปี ขยาย 15 สาขา เติบโตอย่างน้อยปีละ 15%
เดคโด ก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 มุ่งสร้างแบรนด์ให้เข้มแข็ง ตั้งเป้า 3 ปี ขยาย 15 สาขา เติบโตอย่างน้อยปีละ 15%
นายภาณุ ณรงค์ชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทม์ เดคโค คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทดำเนินกิจการมาครบ 10 ปีแล้ว จึงวางแผนในการดำเนินงานใหม่เพื่อก้าวไปสู่การทำธุรกิจที่เป็นสากลมากขึ้น โดยบริษัทได้วางแผนระยะ 3 ปีแรก นับจากปีหน้าเป็นต้นไป บริษัทจะลงทุนขยายสาขาใหม่ให้ได้ 15 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 10 สาขา รวมเป็น 25 สาขา ลงทุนสาขา 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือคิดเป็นงบรวมประมาณ 75 ล้านบาท
ทั้งนี้ การขยายสาขาจะดำเนินการไปพร้อมการนำนาฬิกาแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยปีละ 2 – 3 แบรนด์ จากผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ เป็นต้น จากปัจจุบันเป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ต่างๆ 20 แบรนด์
นอกจากนี้ บริษัทยังจะเน้นสร้างชื่อ ไทม์ เดคโค ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปมากขึ้น ผ่านการสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้มีความเข้มแข็ง เป็นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะกลายเป็นจุดแข็งที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อนาฬิกากับบริษัท โดยในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะจำหน่ายนาฬิกาภายใต้แบรนด์ ไทม์ เดคโค อย่างจริงจังมากขึ้น
หลังจากได้มีการทดลองตลาดไปและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
“และในอนาคตบริษัทอาจจะไปทำตลาดในต่างประเทศภายใต้แบรนด์ช็อป ไทม์ เดคโด ในรูปแบบศูนย์รวมนาฬิกาแฟชั่นหลากหลายแบรนด์ ซึ่งในขณะนี้แผนดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน แต่บริษัทเริ่มพัฒนารูปแบบร้านค้าปลีกนาฬิกาของให้มีความแตกต่างจากร้านขายนาฬิกาอื่นๆ เช่น การจัดทำดีสเพลย์นาฬิกาแอลอีดีที่อินเตอร์แอคทีฟกับผู้ซื้อได้ เป็นต้น” นายภาณุ กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับเป้าหมายในการดำเนินงานนับจากปีหน้าเป็นต้นไป บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10 – 15% ตลอด 3 ปี ข้างหน้า หลังจากบริษัทวางแผนการทำตลาดเชิงรุก ส่วนยอดขายในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 10% หรือคิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาท
ส่วนตลาดรวมนาฬิกาในช่วง 2552-53 พบว่าไม่มีการเติบโตอันเนื่องมาจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง คาดว่าในปีหน้าในปีหน้าหากไม่มีปัญหาการเมืองตลาดนาฬิกาที่มีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท จะมีอัตราการเติบโตได้ ซึ่งบริษัทพบว่านาฬิการาคาต่ำกว่า 1 แสนบาทลงมาจนถึงระดับ 5,000 บาทขึ้นไป หรือตลาดนาฬิการะดับกลาง ยังมีอัตราการเติบโตอยู่
ดังนั้น ในปีหน้าบริษัทจะนำเข้านาฬิกาในระดับราคาดังกล่าวมาจำหน่ายเพิ่มขึ้น เพื่อผลักดันยอดขาย







