
SCCรอผงาดปีหน้า
น้ำท่วมขายส่งออกปีนี้พลาดเป้า ปตท.สผ.กำไรเท่าตัวรายจ่ายวูบ
น้ำท่วมขายส่งออกปีนี้พลาดเป้า ปตท.สผ.กำไรเท่าตัวรายจ่ายวูบ
SCC รับสภาพน้ำท่วมไตรมาส 4 ผลงานไม่แจ่ม คาดกำลังซื้อจะกลับมาต้นปี ตั้งงบแสนล้านใช้ 5 ปี ปตท.สผ.ฟาดกำไรหมื่นล้านบาท รายได้โตแซงรายจ่าย
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปีนี้ รายได้คงไม่ดีนัก และจะไม่ใช่ฤดูไฮซีซันของธุรกิจปูนซีเมนต์ เพราะความต้องการปูนและวัสดุก่อสร้างลดลง รวมถึงโรงงานปูนซีเมนต์ที่ท่าหลวง จ.สระบุรี ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่คงเป็นผลกระทบช่วงสั้นๆ เท่านั้น และบริษัทยังจะปิดซ่อมใหญ่โรงโอเลฟินส์ด้วย
“เดิมคาดว่าไตรมาส 4 ความต้องการปูนจะเพิ่มขึ้น 10% แต่พอเกิดน้ำท่วมทำให้ความต้องการโตเพียง 5% ความต้องการจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ในไตรมาส 1 ปี 2554 ส่วนวัสดุก่อสร้างน่าจะมีการฟื้นตัวเร็วกว่า เพราะคนจะเริ่มซ่อมแซมบ้านก่อน” นายกานต์ กล่าว
นอกจากนั้นในปีนี้ การส่งออกปูนซีเมนต์ก็ต่ำกว่าเป้าหมาย จากเดิมมองไว้ที่ 7.58 ล้านตัน มาอยู่ที่เพียง 7 ล้านตัน เพราะหลายประเทศเกิดน้ำท่วมทำให้ขนส่งยาก
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมสต๊อกสินค้าและมั่นใจว่ามีเพียงพอต่อความต้องการที่กำลังจะกลับมาหลังน้ำลด ส่วนราคาปูนซีเมนต์มีแนวโน้มราคาอาจแพงขึ้นได้
นายกานต์ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าแผนงบลงทุน 5 ปี (25542558) ไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจ ซึ่งไม่รวมงบปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ใช้ 5,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งบริษัทจะเน้นการซื้อกิจการและการควบรวมกิจการในแถบภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก โดยเฉพาะในธุรกิจปิโตรเคมีและกระดาษ
“ต้องยอมรับว่าการซื้อกิจการเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะซีเมนต์ ทำให้บริษัทตัดสินใจเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานที่อินโดนีเซียเอง โดยใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และจะเริ่มดำเนินการได้ในปีหน้า” นายกานต์ กล่าว
ส่วนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ในเวียดนาม ยังไม่สามารถสรุปโครงสร้างเงินลงทุนได้ คาดว่าจะรู้ในต้นปีหน้า
อย่างไรก็ตาม นายกานต์ กล่าวว่า การที่เงินบาทแข็งค่าทุก 1 บาท บริษัทได้รับผลกระทบกำไรสุทธิประมาณ 600 ล้านบาท แต่บริษัทก็รับรู้รายได้เป็นเงินเหรียญสหรัฐบางส่วนจากราคาธุรกิจเคมีภัณฑ์และกระดาษ จึงไม่ได้รับผลกระทบเต็มจำนวน
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,557 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยังลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 10% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าเคมีภัณฑ์ลดลง และธุรกิจซีเมนต์มีการแข่งขันที่รุนแรงมาก ขณะที่งวด 9 เดือน กำไรสุทธิ 2.07 หมื่นล้านบาท ดีขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) มีกำไรสุทธิ 10,532.09 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 3.18 บาทต่อหุ้น ไตรมาส 3 พุ่งขึ้น 100.27% และรวม 9 เดือนแรกกำไรสุทธิ 31,619.43 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 9.54 บาท เพิ่มขึ้น 80.66% จากระยะเดียวกันปีก่อน
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTEP กล่าวว่า ในไตรมาส 3 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 38,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 1% เป็น 22,679 ล้านบาท
ด้านตลาดหุ้นเอเชียร่วงระนาว หลังค่าเงินกลับมาอ่อนค่าเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ดัชนีหุ้นไทยทรุด 12.08 จุด หรือ 1.21% ปิดที่ 983.96 จุด นักลงทุนต่างชาติขายเพียง 143 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นแกว่งตัวขาลงในกรอบแนวต้าน 989-990 จุด และแนวรับ 968-975 จุด หลังนักลงทุนกังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐและดัชนีหลุดระดับสำคัญ 985 จุด ส่งสัญญาณทางเทคนิคไม่ค่อยดีนัก







