
ปั้นเส้นทางเที่ยวใหม่
“พงษ์ภาณุ” ชี้เส้นทางเที่ยวเดิมเริ่มอิ่มตัว
“พงษ์ภาณุ” ชี้เส้นทางเที่ยวเดิมเริ่มอิ่มตัว แนะพัฒนาเปิดเส้นทางใหม่เชื่อมเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวี
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเส้นทางท่องเที่ยวจุดหมายปลายทาง (เดสติเนชั่น) แบบเดิมๆ นักท่องเที่ยวเริ่มอิ่มตัวแล้ว ดังนั้นในอนาคตจำเป็นต้องพัฒนายกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ เชื่อมกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันอย่างกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม) เช่นเดียวกับการไปเที่ยวยุโรปที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางข้ามแดนต่อไปได้หลายประเทศ
ทั้งนี้ หากสามารถเชื่อมการเดินทางท่องเที่ยวต่อเข้าไปในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีได้ เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้น แต่จะต้องมีภาคเอกชนลงทุน มีการกระจายรายได้ในชุมชนที่เส้นทางท่องเที่ยวผ่านด้วย ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลสนับสนุนบ้านที่มีห้องพักไม่เกิน 4 ห้องนอน พักไม่เกิน 20 คน ทำเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้ และในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง สามารถนำค่าใช้จ่าย ค่าบริการท่องเที่ยวมัคคุเทศก์ ค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินปีละ 1.5 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมโยงทางน้ำ ซึ่งเส้นทางสาย R10 จากเกาะฟู้โกว๊ก-สีหนุวิลล์-ตราด ตามที่หลายฝ่ายเสนอมานั้น มองว่ามีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ได้
นางวิยะดา ซวง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวว่า เส้นทาง R10 มีความสำคัญทั้งการค้าและการท่องเที่ยว ภาคเอกชนและจังหวัดตราดได้ร่วมกันพัฒนามากว่า 3 ปีแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยได้ทำข้อตกลงระหว่างจังหวัดตราดกับ 4 จังหวัดของกัมพูชา คือ เกาะกง แกป สีหนุวิลล์ โพธิสัตว์ และเกียนยาง อีก 1 เมืองของเวียดนาม เพื่อร่วมมือกันพัฒนา 3 เรื่อง คือ ศูนย์รวมแห่งการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค พัฒนาเส้นทางการค้าการลงทุนในเส้นทาง R10 และพัฒนาฝีมือแรงงานให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน
“อยากให้มีการแก้ปัญหาการเข้า-ออกนักท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น เช่น จากต้องใช้พาสปอร์ต ณ จุดผ่านแดนถาวร ให้ใช้เอกสารบอร์เดอร์พาสชั่วคราวแทน ขณะเดียวกันควรเร่งการเปิดจุดผ่านถาวรที่บ้านท่าเส้น-โพธิสัตว์ เพราะที่ผ่านมาสูญเสียโอกาสที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาฝั่งไทย โดยในปี 2560 มูลค่าการค้าชายแดน จ.ตราด อยู่ที่ 34 ล้านบาทรายได้การท่องเที่ยว 1.7 หมื่นล้านบาท แต่ได้รับงบประมาณพัฒนาจังหวัด 900 ล้านบาท” นางวิยะดา กล่าว







