
โลกอ่วมภาษีสินค้า 15 ล้านล้าน
ดับเบิ้ลยูทีโอชี้โลกตั้งภาษีสินค้ารวมแล้วกว่า 15 ล้านล้าน
ดับเบิ้ลยูทีโอชี้โลกตั้งภาษีสินค้ารวมแล้วกว่า 15 ล้านล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้านมะกันโน้มน้าวชาติอื่นๆ เลี่ยงใช้หัวเว่ย
องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) รายงานว่า มาตรการกำแพงภาษีที่บังคับใช้โดยกลุ่มประเทศเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (จี20) ครอบคลุมสินค้าทั้งหมดทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าแล้วถึง 4.81 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15 ล้านล้านบาท) มากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เก็บข้อมูลมาในปี 2012
รายงานล่าสุดจากดับเบิ้ลยูทีโอ ระบุว่า นับตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา บรรดาชาติ จี20 ใช้มาตรการภาษีและกีดกันการค้าใหม่ถึง 40 มาตรการ เพิ่มขึ้นจาก 39 มาตรการ ในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ก.ย. ดับเบิ้ลยูทีโอคาดการณ์ว่าสงครามการค้าจะส่งผลให้การขยายตัวของการค้าโลกอยู่ที่ 3.9% ในปีนี้ และจะชะลอตัวมาอยู่ที่ 3.7% ในปี 2019
"ภัยคุกคามที่แท้จริงมาจากการที่ความขัดแย้งทางการค้ามีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นต่อไป ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นตามมา จนอาจบั่นทอนศักยภาพการขยายตัว การจ้างงาน และราคาผู้บริโภคทั่วโลก" โรเบอร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการดับเบิ้ลยูทีโอ กล่าว
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนส่งสัญญาณว่าพร้อมเจรจาแก้ไขความขัดแย้งทางการค้านอกรอบการประชุม จี20 วันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.
ทั้งนี้ ทรัมป์ ระบุว่า ได้เตรียมตัวไปอย่างดีในการพบปะกับสี และเสริมว่าหากสหรัฐสามารถทำข้อตกลงได้ก็จะทำ ขณะที่ หวังโซเหวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คณะเจรจาจากจีนและสหรัฐกำลังติดต่อกันอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐจะให้ผลประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
อย่างไรก็ดี วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่ายังไม่มีแนวโน้มที่สองฝ่ายจะตกลงกันได้ และสหรัฐยังไม่ล้มแผนปรับขึ้นภาษีกับสินค้าจีน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2019
ด้าน สตีฟ ไบรซ์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐคาดว่าจะสงบลงชั่วคราวเท่านั้น และมีแนวโน้มว่าการพิพาทระหว่างสองชาติอาจยืดเยื้อไปจนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2020
ล่าสุดนั้น วอลตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่ารัฐบาลสหรัฐพยายามโน้มน้าวผู้ให้บริการโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์จากหัวเว่ย เทคโนโลยี ยักษ์เทคโนโลยีสัญชาติจีน
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลอเมริกันได้ประชุมร่วมกับบรรดาผู้บริหารบริษัทโทรคมนาคมจากประเทศที่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยอยู่ ซึ่งรวมถึงเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคง
แหล่งข่าวเสริมว่า สหรัฐยังกำลังพิจารณาเสนอให้การสนับสนุนทางการเงิน สำหรับพัฒนาด้านโทรคมนาคมในประเทศดังกล่าวด้วย เพื่อหวังให้ลดการใช้อุปกรณ์จากจีนลงแต่ยังไม่มีรายละเอียดดังกล่าวเพิ่มเติม







