
ทุนนอกซื้อบอนด์เอเชีย
ตลาดบอนด์เอเชียเริ่มฟื้น ต่างชาติหันซื้อสุทธิเดือน ต.ค.
ตลาดบอนด์เอเชียเริ่มฟื้น ต่างชาติหันซื้อสุทธิเดือน ต.ค. กว่า 7 หมื่นล้าน นักวิเคราะห์มองไทยยังเป็นแหล่งลงทุนปลอดภัย
รอยเตอร์สรายงานอ้างข้อมูลจากธนาคารกลางและสมาคมตราสารหนี้ทั่วเอเชียว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มหันกลับมาซื้อตราสารหนี้ในเอเชีย โดยเมื่อเดือน ต.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อตราสารหนี้ในเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมทั้งหมด 2,240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.38 หมื่นล้านบาท) ถือเป็นการซื้อสุทธิเพิ่มหลังจากที่เทขาย 2,460 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.11 หมื่นล้านบาท) ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตลาดตราสารหนี้มาเลเซียมีเงินไหลเข้าสูงสุดในเอเชียที่ 1,800 ล้านดอลลาร์ และสูงที่สุดในปี 2561 ตามมาด้วยตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งอยู่ที่ 1,070 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.53 หมื่นล้านบาท) และอินโดนีเซียที่ 886 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.92 หมื่นล้านบาท)
นายคูน โก๊ะ หัวหน้าหน่วยวิจัยเอเชียของธนาคารเอเอ็นแซด เปิดเผยว่า การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงของไทย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนมองว่าตลาดตราสารหนี้ไทยสามารถเป็นหลุมหลบความเสี่ยงในภูมิภาคเอเชียได้
ก่อนหน้านี้ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยในรายงานภาวะตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asia Bond Monitor) ฉบับล่าสุดว่า ไทย สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และเวียดนาม เป็นประเทศที่มีสภาพคล่องสูงกว่าชาติอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ มีสภาพคล่องต่ำกว่าเล็กน้อย
เอดีบีระบุว่า ไทยยังถือเป็นประเทศที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนต่างชาติอันดับ 2 รองจากจีนในเรื่องของการเคลื่อนย้ายเงินทุนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อต่ำ ทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเงินสะพัดเกินดุล หนี้ภายนอกประเทศต่ำ และเศรษฐกิจอยู่ในทิศทางที่ดี
เอดีบีมองว่า แม้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอาจส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ของไทยมีความน่าสนใจน้อยลงสำหรับนักลงทุนต่างชาติ แต่เอดีบีมองว่า เงินทุนต่างชาติจะยังไหลเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง







